อารักชีกล่าวว่าการเจรจากับสหรัฐฯมีความคืบหน้าที่ดี
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ “มีความคืบหน้าที่ดี” และ “มีเส้นทางที่ชัดเจน” สู่นัดต่อไป
19-2-2026
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ประกาศว่า การเจรจารอบล่าสุดกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ได้ข้อสรุปเป็นข้อตกลงว่าด้วย “หลักการชี้นำ” ชุดหนึ่ง ซึ่งจะใช้เป็นกรอบในการหารือครั้งต่อไปเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อารักชีกล่าวกับผู้สื่อข่าวสถานี IRIB ที่นครเจนีวาเมื่อวันอังคาร ไม่นานหลังการเจรจาสิ้นสุดลง โดยอธิบายว่าการหารือครั้งนี้เป็นไปอย่าง “จริงจัง” และมีบรรยากาศสร้างสรรค์มากกว่ารอบก่อนหน้า มีการเสนอข้อเสนอหลายประการและพิจารณาอย่างรอบด้าน
“ท้ายที่สุด เราสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับหลักการชี้นำชุดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการเดินหน้าหารือและจัดทำร่างข้อความของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น” เขากล่าว
เขาเตือนว่า การบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะไม่เกิดขึ้นในทันที โดยชี้ว่างานด้านเทคนิคในการจัดทำร่างข้อความจะมีรายละเอียดมากขึ้นและซับซ้อนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าได้มี “ความคืบหน้าที่ดี” และขณะนี้เส้นทางการเจรจามีความชัดเจนและเป็นบวกมากขึ้น
เมื่อถูกถามถึงกำหนดการเจรจารอบถัดไป อารักชีระบุว่ายังไม่มีการกำหนดวันเวลา โดยกล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะดำเนินการจัดทำร่างข้อความของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น และแลกเปลี่ยนกันก่อน จากนั้นจึงจะตกลงกำหนดวันสำหรับการเจรจารอบถัดไป”
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านสรุปว่า แม้ขณะนี้ยังไม่มีโรดแมปอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้น แม้ว่ายังมีความเห็นต่างบางประการที่ต้องใช้เวลาในการประสานให้ลงตัว
การเจรจาทางอ้อมรอบล่าสุดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง และจัดขึ้นที่บ้านพักเอกอัครราชทูตโอมาน
อารักชีเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนอิหร่าน โดยมีผู้ร่วมคณะ ได้แก่ มาจิด ตัคต์-ราวานชี รองรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, คาเซม ฆารีบาบาดี รองรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ, ฮามิด ฆานบารี รองรัฐมนตรีฝ่ายการทูตเศรษฐกิจ และเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค กฎหมาย และเศรษฐกิจ ยังเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมเจรจาอิหร่านในการหารือรอบวันอังคารด้วย การเจรจาครั้งนี้มีขึ้นภายหลังการกลับมาเปิดการเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กรุงมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน ซึ่งมีอารักชีและสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนสหรัฐฯ เป็นผู้นำการหารือ
การเจรจาดำเนินไปท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้สั่งการเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค รวมถึงส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเติม กำลังพลหลายพันนาย เครื่องบินรบ และเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ
เมื่อปลายเดือนมกราคม ทรัมป์กล่าวถึง “กองเรือที่งดงามอีกกองหนึ่ง” ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน และระบุว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ จะเกิดผลลัพธ์ที่ “เลวร้ายยิ่งกว่า” การโจมตีที่เขาเรียกว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายในเดือนมิถุนายน 2568 ต่อสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน
ด้านเตหะรานประกาศว่าจะตอบโต้ต่อการผจญภัยทางทหารใด ๆ อย่างเด็ดขาด ดังเช่นกรณีการโจมตีของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน ซึ่งนำไปสู่การยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่ฐานทัพอากาศอัลอูเดอิด ฐานทัพทางอากาศที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งตั้งอยู่ในกาตาร์
ที่มา Press TV