.
สหรัฐฯ กดดัน EU ยกเลิกแนวคิด “ซื้ออาวุธยุโรป” ขู่ตอบโต้หากกีดกันผู้ผลิตสหรัฐฯ พ้นตลาด อาจกระทบทั้ง NATO และดีลการค้า
21-2-2026
POLITICO EU รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ล็อบบี้สหภาพยุโรปอย่างหนัก คัดค้านนโยบายให้ความสำคัญกับอาวุธที่ผลิตในยุโรป พร้อมขู่ใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า
รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงต่อสหภาพยุโรป (EU) ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ หากยุโรปพยายามผลักดันนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ผลิตอาวุธภายในท้องถิ่น และบีบให้บริษัทสัญชาติอเมริกันออกจากตลาดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยุโรป
คำเตือนลับจากเพนตากอน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Department of Defense) หรือเพนตากอน ได้ยื่นคำคัดค้านผ่านเอกสารที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นการให้ข้อคิดเห็นแก่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าวอชิงตันคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างด้านกลาโหมของ EU ที่จะจำกัดความสามารถของอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ในการสนับสนุนหรือเข้าร่วมในการจัดซื้ออาวุธของรัฐสมาชิก
"นโยบายปกป้องทางการค้าและการกีดกันที่พยายามบีบบังคับให้บริษัทอเมริกันออกจากตลาด ในขณะที่บริษัทป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดของยุโรปยังคงได้รับประโยชน์มหาศาลจากการเข้าถึงตลาดในสหรัฐฯ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ผิดพลาด" รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุในเอกสารดังกล่าว
ภาวะย้อนแย้งเชิงยุทธศาสตร์
ท่าทีของวอชิงตันสะท้อนให้เห็นถึงภาวะย้อนแย้งในนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ เนื่องจากในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องให้ยุโรปแบกรับภาระงบประมาณด้านการป้องกันประเทศของทวีปด้วยตนเอง แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่ต้องการให้ยุโรปยุติการจัดซื้ออาวุธจากบริษัทอเมริกัน ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ เป็นผู้จัดหาอาวุธให้แก่ประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ในยุโรปคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของการนำเข้าทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องบินขับไล่ F-35 ไปจนถึงระบบปืนใหญ่ HIMARS และระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot
มาตรการตอบโต้ 'Buy American'
เพนตากอนขู่ว่า หาก EU บังคับใช้กฎระเบียบ "Buy European" สหรัฐฯ จะทบทวนข้อยกเว้นและสิทธิพิเศษทั้งหมดที่เคยมอบให้บริษัทสมาชิก EU ภายใต้ข้อตกลงการจัดซื้อป้องกันประเทศร่วมกัน (Reciprocal Defense Procurement Agreements) ซึ่งปัจจุบันมี 19 จาก 27 ประเทศสมาชิก EU ที่ลงนามในข้อตกลงนี้เพื่อให้บริษัทในยุโรป เช่น Leonardo ของอิตาลี (Italy) และ Saab ของสวีเดน (Sweden) สามารถแข่งขันในโครงการของเพนตากอนได้
สหรัฐฯ ย้ำว่าหากมีการตอบโต้เกิดขึ้น การพิจารณาข้อยกเว้นในอนาคตจะเป็นไปในลักษณะรายสัญญา (Contract-by-contract) และจะอนุมัติเฉพาะกรณีที่จำเป็นต่อมาตรฐานการปฏิบัติงานร่วมกันของนาโต (NATO interoperability) เท่านั้น
การทดสอบความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
แรงกดดันจากวอชิงตันในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังผลักดันโครงการเสริมสร้างแสนยานุภาพ เช่น โปรแกรม SAFE วงเงินกู้ 1.5 แสนล้านยูโรสำหรับการซื้ออาวุธ และวงเงินกู้ 9 หมื่นล้านยูโรแก่ประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งเงินเหล่านี้จะสามารถใช้ซื้อยุทโธปกรณ์ได้ต่อเมื่อมีสัดส่วนมูลค่าที่มาจากยุโรปอย่างน้อยร้อยละ 65
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังอ้างว่านโยบาย "Buy European" ขัดต่อพันธกรณีในข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-ยุโรปที่ลงนามเมื่อฤดูร้อนปีที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปได้ให้คำมั่นว่าจะจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ มากขึ้น โดยความขัดแย้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าชาติยุโรปจะพร้อมเพียงใดในการก้าวไปสู่การพึ่งพาตนเองในยุคที่สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่คาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.politico.eu/article/washington-lobbies-eu-against-buy-european-push-for-weapons-donald-trump/