.
สหรัฐฯ อ้างดาวเทียมจับภาพจีนเร่งอัปเกรดฐานผลิต 'หัวรบนิวเคลียร์' เตือนคลังแสงนิวเคลียร์จีนจ่อเทียบชั้นมหาอำนาจ ปักกิ่งโต้ “ข้อกล่าวหาไร้มูล”
17-2-2026
Newsweeks รายงานว่า สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) และนิวส์วีค (Newsweek) รายงานโดยอ้างอิงการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมชุดใหม่ที่ระบุว่า ประเทศจีน (China) กำลังดำเนินการก่อสร้างและปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถานที่ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การสิ้นสุดลงของสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ฉบับสุดท้ายของโลกได้ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสภาวะการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่
รายงานระบุว่า สถานที่หลายแห่งที่เชื่อมโยงกับอาวุธนิวเคลียร์ของจีนในมณฑลเสฉวน (Sichuan) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหรือขยายขีดความสามารถในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ สำนักข่าวนิวส์วีค (Newsweek) ได้ดำเนินการติดต่อสอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ (US) ผ่านทางอีเมลเพื่อขอความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับตอบกลับ
นัยสำคัญของสถานการณ์
ข้อตกลงเพียงฉบับเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ซึ่งครอบคลุมถึงอาวุธนิวเคลียร์พิสัยไกลที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ได้หมดอายุลงเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสนธิสัญญา New START ได้เคยกำหนดเพดานจำนวนอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ที่ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศรัสเซีย (Russia) สามารถครอบครองได้ และในขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงฉบับใหม่มาทดแทน
เมื่อพิจารณาร่วมกัน กรุงมอสโก (Moscow) และกรุงวอชิงตัน (Washington) เป็นผู้ควบคุมคลังแสงนิวเคลียร์ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของโลก หรือคิดเป็นหัวรบจำนวนหลายพันลูก ขณะที่คลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนเชื่อว่ามีอยู่ประมาณ 600 หัวรบ อย่างไรก็ตาม การประมาณการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ระบุว่าจีนมีแนวโน้มที่จะมีหัวรบที่พร้อมปฏิบัติการมากกว่า 1,000 ลูกภายในปี 2030
นักวิเคราะห์ชาวตะวันตกชี้ว่า การขยายตัวของคลังแสงนิวเคลียร์โดยปักกิ่งจะขึ้นอยู่กับปริมาณพลูโทเนียม (Plutonium), ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง (Highly Enriched Uranium) และไตรเทียม (Tritium) ที่จีนสามารถเข้าถึงได้ โดยการพัฒนานิวเคลียร์ของจีนได้ดำเนินไปควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกองกำลังที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ อาทิ การขยายขนาดของกองทัพเรือ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้แสดงเจตจำนงว่าต้องการให้สนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตรวมถึงประเทศจีน (China) เข้าไปด้วย แม้ว่าจนถึงขณะนี้ปักกิ่งจะยังไม่มีท่าทีเต็มใจที่จะพิจารณาเรื่องการจำกัดโครงการของตนเองก็ตาม
การเร่งพัฒนาสถานที่ลับในมณฑลเสฉวน
รายงานระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนถูกเชื่อว่ากำลังผลิต "แกน" สำหรับหัวรบนิวเคลียร์ที่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งรู้จักกันในชื่อ ผิงถง (Pingtong) ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาภายในมณฑลเสฉวน (Sichuan) โดยภาพถ่ายดาวเทียมบ่งชี้ว่าสถานที่แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียง
นอกจากนี้ ในสถานที่อีกแห่งหนึ่งภายในมณฑลเดียวกัน พบว่ามีการก่อสร้างรอบสถานประกอบการที่น่าจะมีหน้าที่จัดการกับวัสดุอันตรายระดับสูง ตามรายงานข่าวของเดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times)
ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) ว่า ประเทศจีน (China) เริ่มพัฒนาหรือยกระดับสถานที่อาวุธนิวเคลียร์หลายแห่งอย่างรวดเร็ว รวมถึงในมณฑลเสฉวน (Sichuan) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย เรนนี บาเบียร์ซ (Renny Babiarz) ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองภูมิสารสนเทศ (Geospatial Intelligence) กล่าวว่า "มีการวิวัฒนาการในทุกสถานที่เหล่านี้ แต่หากพูดในภาพรวม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้เร่งตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา"
ในช่วงต้นปี 2025 คณะผู้เชี่ยวชาญสองกลุ่มได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า จีนดูเหมือนกำลังก่อสร้างศูนย์วิจัยเลเซอร์ฟิวชัน (Laser Fusion Research Center) ในเมืองเหมียนหยาง (Mianyang) มณฑลเสฉวน โดยนักวิเคราะห์ระบุเมื่อเดือนมกราคมปีที่ผ่านมาว่า สถานที่ประเภทนี้สามารถใช้เพื่อสร้างการออกแบบอาวุธนิวเคลียร์โดยไม่ต้องทำการทดสอบระเบิดจริง
ขณะที่สำนักข่าวเอพี (Associated Press) รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ว่า จีนได้พัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้นแบบที่คาดว่าจะถูกติดตั้งในเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของประเทศ โดยนักวิจัยสรุปว่าปักกิ่งกำลังสร้างเตาปฏิกรณ์สำหรับเรือรบขนาดใหญ่ หลังจากที่ได้ทำการค้นหาสัญญาณว่าจีนอาจกำลังสร้างเตาปฏิกรณ์เพื่อผลิตพลูโทเนียมหรือไตรเทียมสำหรับอาวุธในมณฑลเสฉวน (Sichuan) ตามรายงานข่าว ณ เวลานั้น
ทัศนะจากฝ่ายต่างๆ
โธมัส ดิแนนโน (Thomas DiNanno) ปลัดช่วยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายควบคุมอาวุธ (U.S. Under Secretary for Arms Control) กล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า จีนกำลังรวบรวม "คลังอาวุธนิวเคลียร์ที่มีระดับใกล้เคียงกับของสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย" พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าการพัฒนาดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ และส่วนใหญ่ยังถูกปิดบังจากสายตาชาวโลก
ดิแนนโน (DiNanno) ยังได้กล่าวหาจีนว่ามีการดำเนินการทดสอบการระเบิดของนิวเคลียร์และกำลังเตรียมการสำหรับการทดสอบเพิ่มเติม ทั้งนี้ การทดสอบนิวเคลียร์เต็มรูปแบบที่เปิดเผยต่อสาธารณะครั้งล่าสุดโดยสหรัฐฯ รัสเซีย หรือจีน เกิดขึ้นเมื่อหลายทศวรรษก่อน และการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ได้ถูกสั่งห้ามภายใต้สนธิสัญญาปี 1996 (CTBT)
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำกล่าวของ ดิแนนโน (DiNanno) โดยระบุว่าข้อความดังกล่าวเป็น "เรื่องที่ไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/chinas-nuclear-acceleration-revealed-satellite-images-report-11526511