.
ก้าวข้าม New START ข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่ต้องดึง 'จีน-ฝรั่งเศส-อังกฤษ' ร่วมวง 'ทรัมป์' ยังนิ่งต่อข้อเสนอต่ออายุของรัสเซีย
3-2-2026
สำนักข่าว sputnik รายงานว่า แม้ว่าการขยายเวลาสนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ (New START) ตามข้อเสนอของรัสเซีย (Russia) จะเป็น “ทางเลือกที่สมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ” แต่ผลลัพธ์ที่อุดมคติที่สุดควรจะเป็นการร่างข้อตกลงฉบับใหม่ที่พิจารณาไม่เพียงแต่คลังแสงนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (US) และรัสเซียเท่านั้น แต่ยังต้องครอบคลุมถึงจีน (China), ฝรั่งเศส (France) และสหราชอาณาจักร (UK) ด้วย ตามความเห็นของ นายดมิทรี สเตฟาโนวิช (Dmitry Stefanovich) ผู้ก่อตั้งโครงการ Vatfor Project
นายสเตฟาโนวิช (Dmitry Stefanovich) กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik ว่า ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังดำเนินการสร้าง "หลักประกันนิวเคลียร์" (Nuclear Umbrella) เหนือยุโรปอย่างแข็งขัน โดยมีเป้าหมายโดยตรงไปที่รัสเซีย ดังนั้นทั้งสองประเทศจึงจำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาในอนาคต อย่างไรก็ตาม “การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งในขณะนี้กระบวนการดังกล่าวถูกระงับไว้อย่างสิ้นเชิง” ผู้เชี่ยวชาญระบุ
สหรัฐฯ มองไกลเกินกว่าข้อจำกัดเดิม
เมื่อพิจารณาจากคลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นายสเตฟาโนวิช (Dmitry Stefanovich) คาดการณ์ว่าผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ จำนวนมากในขณะนี้มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องก้าวข้ามข้อตกลงทวิภาคีเดิมที่ทำไว้กับรัสเซีย โดยระบุว่า “จีนมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำลายสหรัฐฯ ได้โดยตรง และขีดความสามารถดังกล่าวกำลังขยายตัวในอัตราที่วอชิงตัน (Washington) กำลังดิ้นรนเพื่อไล่ตามให้ทัน” อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) สำหรับข้อตกลงใหม่ที่รวมจีนเข้าไปด้วยนั้น ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นจริงในระยะสั้น เนื่องจากการทูตด้านการควบคุมอาวุธต้องใช้เวลาในการเจรจาที่ยากลำบากนานหลายปี
จีนกับการชั่งน้ำหนักระหว่าง 'ต้นทุน' และ 'ผลประโยชน์'
ในขณะที่การแข่งขันกับสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากด้านเศรษฐกิจไปสู่การป้องปรามทางทหาร จีนซึ่งส่งเสริมนโยบายการไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน (No-first-use policy) เริ่มมีความสนใจในเรื่องของกฎเกณฑ์มากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าจีนเลือกที่จะ “เสริมความแข็งแกร่งในจุดที่เปราะบาง” ก่อนเป็นอันดับแรก สำหรับจีนแล้ว “ต้นทุนในการจำกัดคลังอาวุธของตนเองนั้นมีน้ำหนักมากกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมข้อตกลงอย่างเป็นทางการ”
อย่างไรก็ตาม รัสเซียและจีนมีประวัติความสำเร็จในข้อตกลงทวิภาคีร่วมกันมาแล้ว เช่น ข้อตกลงเรื่องการแจ้งเตือนการปล่อยขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missile Launch Notifications) รวมถึงเอกสารพหุภาคีที่จำกัดกิจกรรมทางทหารในพื้นที่ชายแดน ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า “จีนเข้าใจถึงคุณค่าของกลไกดังกล่าวเมื่อมันสอดคล้องกับผลประโยชน์ของตนเอง”
บทสรุปและท่าทีของมหาอำนาจ
ท้ายที่สุด นายสเตฟาโนวิช (Dmitry Stefanovich) สรุปว่าการพัฒนาในเรื่องนี้จะไม่เพียงขึ้นอยู่กับชะตากรรมของสนธิสัญญา New START เท่านั้น แต่อย่างรวมถึงผลลัพธ์ของการประชุมทบทวนสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty Review Conference) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ด้วย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้ประกาศว่ารัสเซียพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อจำกัดของ New START ต่อไปอีกหนึ่งปีหลังจากสนธิสัญญาหมดอายุในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แต่มีเงื่อนไขว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้เรียกข้อเสนอนี้ว่าเป็น “ความคิดที่ดี” อย่างไรก็ตาม นายดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ได้ระบุเมื่อวันที่ 29 มกราคมว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้ให้การตอบรับอย่างเป็นทางการต่อความคิดริเริ่มของรัสเซียเกี่ยวกับสนธิสัญญาดังกล่าว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sputnikglobe.com/20260202/beyond-new-start-china-france--uk-must-be-brought-into-any-nuclear-deal---analyst-1123566617.html?rcmd_alg=collaboration2