สหรัฐฯ คิดค้น จีนต่อยอด "หุ่นยนต์สุนัข"
สหรัฐฯ คิดค้น จีนต่อยอด งานวิจัยกองทัพสหรัฐฯ พัฒนาสู่ "หุ่นยนต์สุนัข" จีนครองตลาดโลก
19-8-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า บริษัท ยูนิทรี โรโบติกส์ (Unitree Robotics) ของจีน หนึ่งในผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และหุ่นยนต์สี่ขารายใหญ่ที่สุดของโลก ได้พัฒนาการออกแบบหุ่นยนต์สี่ขาที่ประสบความสำเร็จที่สุดของบริษัทโดยต่อยอดจากนวัตกรรมที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐฯ ตามข้อมูลจากอดีตเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีป้องกันประเทศสหรัฐฯ และนักวิจัยชั้นนำ 3 รายที่เคยร่วมโครงการดังกล่าว
หุ่นยนต์สี่ขารุ่น Go2 ราคา 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ ที่เปิดตัวในปี 2023 ช่วยให้ Unitree ครองตลาดหุ่นยนต์สี่ขาทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนการ IPO ที่ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก ขณะที่หุ่นยนต์อีกรุ่นของบริษัทยังปรากฏบนโทรทัศน์แห่งชาติจีนในลักษณะติดอาวุธร่วมฝึกซ้อมกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)
จากงานวิจัยกองทัพบกสหรัฐฯ สู่หุ่นยนต์ Unitree
นักวิจัยและอดีตเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า หุ่นยนต์เหล่านี้ต่อยอดจากการค้นพบด้านการเคลื่อนไหวที่ได้รับทุนจากห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพบกสหรัฐฯ (DEVCOM Army Research Laboratory: ARL) และโครงการทางทหารอื่นๆ นายกาวิน เคนนีลี (Gavin Kenneally) อดีตนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (UPenn) ระบุว่าโครงการนี้เป็น "พื้นฐานสำคัญของหุ่นยนต์ Unitree ตัวแรกที่ผลิตในเชิงสเกลอย่างแท้จริง"
นายเบน แคตซ์ (Ben Katz) จากห้องปฏิบัติการ MIT ระบุว่าขนาดและมิติของหุ่นยนต์ซีรีส์ Go ของ Unitree แทบถอดแบบ "ระดับมิลลิเมตรต่อมิลลิเมตร" จากหุ่นยนต์ต้นแบบ "มินิ ชีตาห์" (Mini Cheetah) ที่เขาร่วมพัฒนา รอยเตอร์เป็นสื่อรายแรกที่เปิดเผยความเชื่อมโยงนี้
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของสหรัฐฯ ในการแข่งขันกับภาคการผลิตที่จีนสนับสนุนด้วยเงินอุดหนุนรัฐและคลัสเตอร์โรงงานชิ้นส่วน จนยึดส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมอย่างแผงโซลาร์เซลล์ โดรน ยานยนต์ไฟฟ้า และการสื่อสารควอนตัม ซึ่งหลายเทคโนโลยีถือกำเนิดในสหรัฐฯ ด้วยทุนรัฐหรือกองทัพ นายเคนนีลีนำนวัตกรรมนี้ไปต่อยอดผ่านบริษัท Ghost Robotics ของเขา แต่ปริมาณการผลิตยังน้อยและต้นทุนสูงกว่า Unitree มาก
เมื่อเดือนมิถุนายน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เพิ่มชื่อ Unitree ในบัญชีบริษัททหารจีน ระบุว่าเป็น "ผู้ส่งเสริมฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีน" ซึ่งจำกัดการใช้เทคโนโลยีนี้ในกองทัพสหรัฐฯ แต่ยังไม่ถึงขั้นคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ ขณะที่ Unitree ยืนยันว่าหุ่นยนต์ของตนมีไว้เพื่อการใช้งานพลเรือนเท่านั้น ทั้งนี้ Unitree จีน คณะรัฐมนตรีจีน และกระทรวงกลาโหมจีนไม่ตอบรับคำร้องขอความเห็น
อย่างไรก็ตาม Unitree ไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือแอบอ้าง เพราะผลวิจัยของ ARL ถูกตีพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณะตามแนวปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ปกติ นางอะแมนดา ลีกอน โฆษก ARL ระบุว่างานวิจัยนี้ "ช่วยเสริมระบบนิเวศหุ่นยนต์สหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งขึ้น" ส่วนคำถามเรื่องการใช้เชิงพาณิชย์ของ Unitree ถูกส่งต่อให้ Pentagon ซึ่งปฏิเสธให้ความเห็นเพิ่มเติม
บริษัทสหรัฐฯ กับนโยบายอุตสาหกรรมจีน
เอกสารยื่นทางราชการระบุว่า ปีที่ผ่านมา Unitree ขายหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ได้กว่า 5,500 ตัวและหุ่นยนต์สี่ขากว่า 18,000 ตัว มูลค่าบริษัทประเมินสูงถึงราว 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อน IPO ในวันพุธนี้ ในทางกลับกัน ยังไม่มีบริษัทสหรัฐฯ รายใดผลิตหุ่นยนต์ประเภทนี้ในสเกลอุตสาหกรรมได้ แม้แต่ Tesla ของอีลอน มัสก์ ที่พัฒนาหุ่นยนต์ Optimus มาหลายปี โดยมัสก์เองยังยกย่องจีนว่า "เก่งอย่างเหลือเชื่อ" ในการขยายสเกลการผลิต ขณะที่ Boston Dynamics เตือนสภานิติบัญญัติสหรัฐฯ ว่าราคาต่ำของจีนอาจบีบให้บริษัทสหรัฐฯ ต้องถอนตัวจากตลาด
นักวิจัยที่ให้สัมภาษณ์ไม่มีใครเสนอให้ปิดลับงานวิจัยของรัฐ แต่เห็นว่าควรเร่งสนับสนุนให้เอกชนนำนวัตกรรมไปต่อยอดเชิงพาณิชย์แข่งกับจีน นายวิเจย์ คูมาร์ คณบดี UPenn ระบุว่าสหรัฐฯ เก่งด้านนวัตกรรมและซอฟต์แวร์ แต่ต้องเสริมความมั่นใจด้านเงินทุน ฐานอุตสาหกรรม แรงงานทักษะสูง และซัพพลายเชนชิ้นส่วนเพื่อขยายสเกลสู่การผลิตจริง
ปัจจุบันสหรัฐฯ ใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเป็นหลัก โดยเดือนกรกฎาคม FCC สั่งห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และสี่ขารุ่นใหม่จากต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ Unitree ซึ่งจีนขู่จะตอบโต้ สถานทูตจีนในวอชิงตันกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า "บิดเบือนกลไกตลาดและรังแกฝ่ายเดียว" ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่สนับสนุนคำสั่งห้ามนี้ แต่เห็นว่ายังไม่พอจะสร้างอุตสาหกรรมไล่ตามจีนได้ทัน นายเคนนีลีกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่แค่บริษัทสหรัฐฯ กับจีน แต่เป็นบริษัทเอกชนสหรัฐฯ กับยุทธศาสตร์ชาติที่ประสานงานเป็นระบบของจีน"
นับตั้งแต่สี จิ้นผิงวางยุทธศาสตร์ 10 ปีในปี 2015 เพื่อนำอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ จีนได้ทุ่มทุนลงทุนเสี่ยงในภาคการผลิตแม้กำไรต่ำ ความได้เปรียบด้านแร่ธาตุแม่เหล็กและคลัสเตอร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนใกล้ฐานผลิต Unitree ในหางโจว ช่วยให้จีนรีเวิร์สเอนจิเนียริงได้รวดเร็ว นายเรย์ค นุตเซน นักวิเคราะห์จาก SemiAnalysis ชี้ว่าความล้มเหลวของสหรัฐฯ ในการต่อยอดงานวิจัยภายในประเทศเป็น "ความผิดพลาดครั้งใหญ่" เพราะทุนร่วมเสี่ยงสหรัฐฯ มักเลือกลงทุนซอฟต์แวร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า พร้อมย้ำว่าต้องใช้มากกว่าแค่กำแพงภาษี "นี่คือภูเขาลูกใหญ่ที่สหรัฐฯ ต้องปีนข้าม"
ทำเนียบขาวไม่ตอบรับคำร้องขอความเห็น ขณะที่โฆษก FCC ระบุว่ากำลังปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามต่างชาติ เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการเป็นผู้นำเทคโนโลยียุคใหม่ นายจาเร็ต ริดดิก อดีตผู้อำนวยการ ARL กล่าวว่าโครงการนี้จุดประกายอุตสาหกรรมหุ่นยนต์สี่ขาสหรัฐฯ แต่เมื่อขาดการสนับสนุนการผลิตสเกลใหญ่ Unitree ก็ "เข้ามายึดครองพื้นที่นั้นไปทั้งหมด"
การฝึกหุ่นยนต์สี่ขาด้วยเทคนิคใหม่
กองทัพบกสหรัฐฯ ให้ทุนแก่พันธมิตรเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (RCTA) ระหว่างปี 2010-2020 ซึ่งรวมนักวิจัยจาก UPenn, MIT, Boston Dynamics, ห้องปฏิบัติการ JPL ของนาซา และ General Dynamics Land Systems ผู้ผลิตรถถัง Abrams M1
ปี 2016 ทีม UPenn รวมถึงนายเคนนีลี ย้ายมอเตอร์จากชุดเกียร์ศูนย์กลางไปติดที่ขาหุ่นยนต์แทน ต่อยอดจากงานของ MIT ที่ได้ทุน DARPA จนปี 2019 MIT เปิดตัว "มินิ ชีตาห์" ที่แข็งแกร่งขึ้นและตีลังกาถอยหลังได้ ก่อนหน้านั้นนายเบน แคตซ์ ตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ปริญญาโทลงรายละเอียดระบบขับเคลื่อนของ Mini Cheetah และพบว่าภายใน 6 เดือน บริษัทจีนผลิตชิ้นส่วนเลียนแบบขายบน AliExpress แล้ว
Unitree ก่อตั้งก่อนหน้านั้น 3 ปีโดยนายวัง ซิงซิ่ง (Wang Xingxing) ขณะอายุ 26 ปี วิทยานิพนธ์ปริญญาโทปี 2016 ของเขาที่รอยเตอร์ตรวจสอบ อ้างอิงผลงาน MIT และหุ่นยนต์ Cheetah รุ่นก่อน โดยยกให้เป็นงาน "บุกเบิก" และอ้างอิงงานของนายเคนนีลีที่ได้ทุน ARL ด้วย แต่เว็บไซต์ Unitree ระบุว่าบริษัท "พัฒนามอเตอร์ ชุดเกียร์ ตัวควบคุม และเซนเซอร์บางส่วนด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระ"
นายแคตซ์เผยว่าเขาเลือกไม่นำระบบขับเคลื่อนไปผลิตเชิงพาณิชย์เพราะคิดว่าไม่มีตลาด แต่ยอมรับว่าความรวดเร็วของจีนช่วยให้วงการหุ่นยนต์ "ก้าวหน้าไปมากเพราะมีระบบขับเคลื่อนแพร่หลายและหาซื้อง่าย" นายชูเอา รามอส (Joao Ramos) เพื่อนร่วมแล็บ MIT มองว่า Unitree คัดลอกรูปทรงและโครงสร้างของ Mini Cheetah แต่ให้เครดิตว่าทำ "วิศวกรรมอย่างถูกต้อง" จนผลิตได้จำนวนมาก โดยกล่าวว่า "การนำมาปรับใช้จริงในชีวิตจริง ทั้งหมดเป็นผลงานของพวกเขาล้วนๆ"
หุ่นยนต์สี่ขาติดอาวุธ
หุ่นยนต์เดินได้ยังไม่ถูกใช้กว้างขวางในสนามรบ แต่ทั้งสหรัฐฯ และจีนกำลังทดลองแนวทางนี้ เดือนตุลาคม หุ่นยนต์ "Robot Wolf" ของบริษัทจีนอีกแห่งปรากฏในสื่อจีนขณะ PLA จำลองการยกพลขึ้นบก Unitree ยืนยันผลิตภัณฑ์ของตนมีไว้เพื่อพลเรือน และร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกปี 2022 กับบริษัทสหรัฐฯ เพื่อคำมั่นไม่ติดตั้งอาวุธ แต่โทรทัศน์แห่งชาติจีนเคยเผยภาพหุ่นยนต์ Go2 เคียงข้างทหารจีน และหุ่นยนต์ B1 ที่ดัดแปลงติดปืนไรเฟิลจู่โจมยิงจริง
เดือนกันยายน 2023 กองทัพบกสหรัฐฯ ได้รับข้อยกเว้นจากกฎหมาย Buy American เพื่อจัดซื้อ Go2 จำนวน 2 ตัว โดยระบุว่าเป็นเครื่องมือจำเป็นเพราะไม่มีทางเลือกที่ผลิตในสหรัฐฯ ในปริมาณและคุณภาพเพียงพอ ทั้งนี้รอยเตอร์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าการจัดซื้อเกิดขึ้นจริง เดือนเดียวกัน นาวิกโยธินสหรัฐฯ ยังทดสอบติดเครื่องยิงจรวดกับหุ่นยนต์ Go1 เพื่อยิงจากระยะไกล
Ghost Robotics กับปัญหาซัพพลายเชนจีน
Ghost Robotics ของนายเคนนีลี ส่งมอบหุ่นยนต์ Vision 60 ไปแล้วราว 1,000 ตัว ส่วนใหญ่ให้ภาครัฐและกองทัพเพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่ทุรกันดาร ลูกค้ารายแรกคือหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษกองทัพเรือสหรัฐฯ (หน่วยซีล) ราคาขายกว่า 165,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัว แม้บางชิ้นส่วนยังผลิตในจีน เทียบกับหุ่นยนต์รุ่น B ของ Unitree ที่ขายต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐในสหรัฐฯ
นายเคนนีลีระบุว่าบริษัทย้ายฐานผลิตมอเตอร์จากจีนไปเกาหลีใต้เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ยังตัดขาดแม่เหล็กและชิ้นส่วนโลหะจากจีนไม่ได้ทั้งหมด เขาเห็นว่าทางเดียวที่จะหลุดจากการควบคุมซัพพลายเชนของจีนคือการพึ่งพาประเทศพันธมิตรที่มีศักยภาพผลิตซึ่งสหรัฐฯ ขาด โดยปี 2024 บริษัท LIG Defense & Aerospace ของเกาหลีใต้เข้าซื้อหุ้น 60% ของ Ghost Robotics มูลค่า 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังสำรวจการตั้งฐานผลิตในไต้หวัน "เราต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรของเรา ไม่มีทางเดินไปข้างหน้าได้เลยหากไม่มีพวกเขา" เขากล่าวทิ้งท้าย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/world/asia-pacific/how-us-military-funding-propelled-chinas-robot-dogs-2026-08-18/