ค่ายรถ EV จีนสบช่องอังกฤษไร้กำแพงภาษี
ค่ายรถ EV จีนสบช่องอังกฤษไร้กำแพงภาษี ส่งรถไฟฟ้ารุกตลาดหรู หวังดึงคนหันมาขับ Denza–BYD แทนค่ายยุโรป ท่ามกลางภาวะกำไรผู้ผลิตรถหรูดิ่งลง
7-7-2026
The Economist รายงานว่า อังกฤษกำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในตลาดโลก โดยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศร่ำรวยที่ยังไม่ออกมาตรการภาษีพิเศษต่อรถยนต์ไฟฟ้าจีน แตกต่างจากยุโรปและสหรัฐฯ ที่เลือกใช้กำแพงภาษีสูงเป็นเครื่องมือจำกัดการนำเข้า ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตจีนเริ่มขยับจากตลาดแมสไปสู่ตลาดบน หวังดึงลูกค้าจากค่ายหรูอย่าง Porsche และ Aston Martin มาขับรถแบรนด์จีนแทน
ประเทศอังกฤษ (Britain) กลายเป็นหนึ่งในประเทศร่ำรวยเพียงไม่กี่แห่งที่ยังคงยืนหยัดต้านทานการตั้งกำแพงภาษีศุลกากรพิเศษต่อรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EVs (Electric Vehicles) จากประเทศจีน (China) ท่ามกลางยุทธศาสตร์ใหม่ของค่ายรถยนต์สัญชาติจีนที่กำลังพยายามยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์เข้าสู่ตลาดระดับบน (Upmarket) ในดินแดนสหราชอาณาจักรอย่างดุดัน แม้จะต้องเผชิญกับโจทย์หินในการเจาะตลาดเซกเมนต์หรูหราที่มีความภักดีต่อแบรนด์สูงก็ตาม
จากข้อมูลของสถาบันบันทึกสถิติ MarkLines ระบุว่า แบรนด์รถยนต์ที่มีจีนเป็นเจ้าของครองสัดส่วนถึง 18% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศอังกฤษ (Britain) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับส่วนแบ่งการตลาดในสหภาพยุโรป (EU) ที่เพิ่งมีการประกาศเพิ่มอัตราภาษีสูงสุดถึง 35% ในปี 2024 ขณะที่ในประเทศสหรัฐฯ (America) ยอดขายของค่ายรถจีนแทบจะเป็นศูนย์เนื่องจากมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราส่วนที่สูงถึง 100% ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวอังกฤษหันมาเปลี่ยนผ่านจากแบรนด์ดั้งเดิมอย่าง Ford หรือ Toyota มาสู่รถยนต์ไฟฟ้าจีนมากขึ้น อาทิ วิล (Will) ผู้บริโภคจากนอร์ทชอร์กเชียร์ที่เปลี่ยนมาใช้งานรถยนต์รุ่น BYD Dolphin และยอมรับว่าตัวรถสามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม จนทำให้ข้อครหาเชิงลบจากบุคคลภายนอกกลายเป็นเรื่องล้าสมัย
หลังจากประสบความสำเร็จในตลาดระดับมวลชน ค่ายรถยนต์จีนกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุทธศาสตร์ถัดไปเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักให้หันเหความสนใจมาจากแบรนด์หรูอย่าง Porsche โดยมีบิ๊กโปรเจกต์จากค่าย BYD ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ เป็นแกนนำในการส่งสองแบรนด์ระดับหรูเข้าทำตลาด แบรนด์แรกคือ Denza ซึ่งอดีตเคยเป็นบริษัทร่วมทุนกับ Mercedes-Benz ก่อนที่ BYD จะเข้าถือหุ้นทั้งหมด 100% ในปี 2024 โดยเตรียมนำรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง D9 และ Z9 GT ไปจัดแสดงให้แก่กลุ่มผู้ชื่นชอบความเร็วชาวอังกฤษได้สัมผัสในงานเทศกาลความเร็วแห่งกู๊ดวูด (Goodwood Festival of Speed) ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ตามมาด้วยแบรนด์ Yangwang ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์ระดับไฮเอนด์ที่มีราคาค่าตัวระดับเดียวกับ Ferrari โดยคาดว่าจะเข้ามาบุกตลาดอังกฤษอย่างเป็นทางการในปีถัดไป
ยุทธศาสตร์การบุกยกระดับชั้นของรถยนต์จีนในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ BYD เท่านั้น เนื่องจากค่าย Geely ที่เพิ่งเปิดตัวรถยนต์ SUV รุ่น EX5 มูลค่า 32,000 ปอนด์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก็มีแผนการที่จะส่งแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง Zeekr เข้าสู่ตลาดอังกฤษด้วยเช่นกัน เพื่อสมทบกับแบรนด์ Polestar และ Xpeng ในการทำศึกชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกับค่ายรถยนต์เยอรมันระดับแถวหน้าอย่าง BMW และ Audi
ในมิติด้านการตลาดและสื่อโฆษณา Denza ได้เลือกใช้ยุทธศาสตร์ยืมชื่อเสียงของตัวละครระดับตำนาน โดยส่ง แดเนียล เครก (Daniel Craig) นักแสดงชื่อดังผู้รับบท เจมส์ บอนด์ (James Bond) มาเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่น Denza Z9 GT ขุมพลัง 1,140 แรงม้า (hp) มูลค่า 100,000 ปอนด์ โลดแล่นผ่านเส้นทางในป่าที่เปียกชื้น ซึ่งการตัดสินใจเลือกพรีเซนเตอร์ในครั้งนี้เป็นการดึงความเชื่อมโยงภาพจำของรหัส 007 ที่มักคู่กับแบรนด์ Aston Martin แบรนด์รถยนต์สปอร์ตระดับตำนานของอังกฤษที่กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจและไม่มีแผนจะส่งรถยนต์ไฟฟ้าลงสู่ตลาดก่อนปี 2030 โดย โบโน่ เกอ (Bono Ge) หัวหน้าภาคส่วนธุรกิจของ BYD ประจำประเทศอังกฤษ ระบุว่า ภาพลักษณ์ของ แดเนียล เครก (Daniel Craig) และ 007 ที่มีความฉลาดและมักขับขี่รถยนต์ที่หรูหราเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงนั้น มีความสอดคล้องสมบูรณ์แบบกับสิ่งที่แบรนด์กำลังลงมือทำ
อย่างไรก็ตาม หนทางในการเข้ายึดครองตลาดรถยนต์หรูกระเป๋าหนักนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแม้แต่แบรนด์มหาอำนาจเดิมก็กำลังเผชิญหน้ากับมรสุมทางเศรษฐกิจ โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ค่าย BMW ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีลงจากร้อยละ 4 ถึง 6 เหลือเพียงร้อยละ 1 ถึง 3 ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานของ Porsche ดิ่งลงถึงร้อยละ 93 ในปีที่ผ่านมา ส่วนมูลค่าหุ้นของ Aston Martin ก็ลดลงจนแทบไม่เหลือมูลค่านับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2018 ทางด้าน เมอร์รีย์ สคัลเลียน (Murray Scullion) นักวิจารณ์ยานยนต์จากนิตยสาร Autocar ได้ให้ทัศนะไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า แบรนด์ Denza ยังมีภูเขาลูกใหญ่ที่ต้องปีนป่าย เนื่องจากพวกเขากำลังสร้างรถยนต์เพื่อมาเป็นคู่แข่งของ Porsche ในระดับราคาที่เทียบเท่ากับ Porsche ซึ่งในตลาดระดับบนสุดนี้ ผู้ซื้อส่วนใหญ่มักมีความภักดีต่อแบรนด์ (Brand loyalty) ที่เหนียวแน่นเป็นอย่างยิ่ง
เป้าหมายสูงสุดเพื่อใช้ทลายกำแพงความภักดีดังกล่าวของ Denza คือการชูความเหนือกว่าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบการชาร์จพลังงานไฟฟ้าที่รวดเร็วเป็นพิเศษ โดย โบโน่ เกอ (Bono Ge) เปิดเผยว่า ด้วยการผสานพลังระหว่างเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นล่าสุดของ BYD เข้ากับสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าที่สามารถจ่ายกำลังไฟได้สูงถึง 1,500 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งมีกำลังแรงกว่าสถานีชาร์จที่เร็วที่สุดของ Tesla ในอังกฤษถึง 6 เท่า และแรงกว่าจุดชาร์จทั่วไปตามท้องถนนถึง 30 เท่า จะช่วยให้รถยนต์สามารถประจุพลังงานไฟฟ้ากลับคืนสู่แบตเตอรี่ในระดับร้อยละ 70 ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น โดยมีแผนการที่จะติดตั้งสถานีชาร์จประสิทธิภาพสูงนี้ให้ครบ 300 แห่งทั่วประเทศอังกฤษภายในสิ้นปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม บทพิสูจน์ที่แท้จริงในอนาคตยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจับตาว่า จะมีผู้บริโภคชาวอังกฤษจำนวนมากน้อยเพียงใดที่ยินดีจะจอดรถยนต์ Porsche ของตนเองทิ้งไว้ในบ้าน เพื่อเปลี่ยนใจมาขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า Denza แทนในท้ายที่สุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.economist.com/britain/2026/07/02/chinese-carmakers-aim-to-go-upmarket-in-britain