ข่าวกรองสวีเดนชี้รัสเซียเป็นภัยคุกคามระยะยาวต่อEU
ข่าวกรองสวีเดนชี้รัสเซียเป็นภัยคุกคามระยะยาวต่อยุโรป แม้ยุคปูตินสิ้นสุด
1-7-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า จับตา ‘Graceful’ ซูเปอร์ยอชต์ส่วนตัวปูติน โผล่เรดาร์ใกล้น่านน้ำเดนมาร์กหลังหายไปนาน ขณะที่หน่วยข่าวกรองสวีเดนเตือนภัยรัสเซียเป็นภัยคุกคามระยะยาวไม่ว่าใครจะขึ้นสู่อำนาจ
สื่อสาธารณะของเดนมาร์ก (DR) รายงานว่า เรือยอชต์หรู ‘Graceful’ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเรือส่วนตัวของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งรัสเซีย ได้ปรากฏบนสัญญาณเรดาร์เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี ข้อมูลจากเว็บไซต์ Marinetraffic com ระบุว่า เรือลำดังกล่าวแล่นเลียบชายฝั่งทางตอนเหนือของประเทศเดนมาร์ก (Denmark) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
รายงานจาก DR ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันอาทิตย์ เรือ Graceful มีเรือรบของรัสเซีย (Russia) 2 ลำแล่นติดตามมาด้วย โดยมีการสับเปลี่ยนระหว่างกองทัพเรือเดนมาร์ก (Danish navy) และหน่วยยามฝั่งของเยอรมนี (German coastguard) ในการสังเกตการณ์ ทั้งนี้ กองทัพเดนมาร์กได้ให้ข้อมูลกับ DR ว่า “กองทัพปฏิบัติภารกิจติดตามเรือต่างๆ ตามปกติ รวมถึงเรือของรัฐบาลต่างชาติที่เดินทางผ่านช่องแคบและน่านน้ำของเดนมาร์ก โดยใช้ขีดความสามารถที่กำหนดไว้สำหรับภารกิจนี้” อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงค่ำวันจันทร์ สัญญาณของเรือ Graceful ก็ได้หายไปจากเรดาร์อีกครั้ง
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 หรือประมาณ 6 เดือนหลังจากที่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน (Ukraine) เรือยอชต์ลำนี้ได้ทำการปิดระบบส่งสัญญาณระบุตำแหน่งอัตโนมัติ (AIS) เพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่ตำแหน่งที่ตั้งของเรือ
ในอีกด้านหนึ่ง โทมัส นิลส์สัน (Thomas Nilsson) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหารของสวีเดน (Sweden) ได้แสดงความเห็นว่า รัฐบาลรัสเซียมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้านไปอีกยาวนาน แม้ว่ายุคสมัยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม นิลส์สันกล่าวบนเรือรบสวีเดนที่จอดเทียบท่า ณ เกาะกอตแลนด์ (Gotland) ในทะเลบอลติก ว่า “เราไม่ได้มองว่าวิกฤตนี้เป็นเรื่องชั่วคราว รัสเซียได้เลือกเส้นทางของตนแล้วและไม่มีทางหันหลังกลับ เรากำลังเผชิญหน้าในเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง มีโครงสร้างที่ชัดเจนและยั่งยืน ซึ่งเราไม่สามารถเพียงแค่หวังให้มันจบลงได้”
ความเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสวีเดน ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (Nato) มีมุมมองที่ค่อนข้างมืดมนต่อความสัมพันธ์ในอนาคตกับรัสเซีย ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา สวีเดนได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ Nato โดยเรียกร้องให้มีการสนับสนุนยูเครนมากขึ้นและเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพื่อตัดช่องทางรายได้จากพลังงานของมอสโก (Moscow)
นิลส์สันยังวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจของรัสเซียยังคงประสบปัญหาอย่างหนัก และเจ้าหน้าที่รัฐกำลังบิดเบือนสถิติเพื่อปกปิดผลกระทบจากสงครามที่ดำเนินมานาน 4 ปี ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ในสัปดาห์นี้ โดรนของยูเครนได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงและเกิดคิวต่อแถวยาวเหยียดที่สถานีบริการน้ำมัน นอกจากนี้ ความคืบหน้าของกองทัพรัสเซียในสนามรบดูเหมือนจะหยุดชะงักลง
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าหน่วยข่าวกรองสวีเดนกล่าวว่า ในระยะสั้นยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของรัฐบาลรัสเซีย เนื่องจาก “ฝ่ายค้านทางการเมืองถูกกำจัดอย่างสิ้นเชิง ทั้งผ่านการเนรเทศ การจำคุก หรือกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือการลอบสังหาร” และไม่มีใครที่มีศักยภาพพอที่จะเปลี่ยนความไม่พอใจของประชาชนให้กลายเป็นทางเลือกทางการเมืองได้ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังบ่งชี้ว่าประชาชนบางส่วนของรัสเซียยังคงสนับสนุนรัสเซียในฐานะ “มหาอำนาจ” ไม่ได้เป็นเพราะการสนับสนุนตัวสงครามโดยตรง
ในส่วนของโครงสร้างทางทหาร สื่อในกลุ่มประเทศนอร์ดิกรายงานถึงภาพถ่ายดาวเทียมที่บ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังขยายอิทธิพลทางการทหารใกล้กับพรมแดนด้านตะวันออกของ Nato โดยทางการรัสเซียอ้างว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเป็นไปเพื่อ “การป้องกัน” ขณะที่นิลส์สันระบุว่ารัสเซียมีแผนจะจัดตั้งโครงสร้างกองกำลังขนาดใหญ่ “ตั้งแต่ตอนเหนือของฟินแลนด์ (Finland) ลงมา” แต่ปัจจุบันรัสเซียยังคงให้ความสำคัญกับสงครามในยูเครนเป็นอันดับแรก “การประเมินของเราคือ เมื่อใดก็ตามที่รัสเซียได้รับทรัพยากรและขีดความสามารถที่จำเป็น รัสเซียจะพยายามดำเนินการตามแผนเหล่านี้อย่างแน่นอน”
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินครองอำนาจในรัสเซียมานานกว่า 26 ปี โดยวาระการดำรงตำแหน่งปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2030 และเขายังมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก 1 วาระซึ่งจะทำให้เขาก้าวลงจากตำแหน่งในวัย 83 ปี แม้ผู้นำรัสเซียจะยังไม่ระบุชัดเจนถึงการสืบทอดอำนาจ แต่เขาก็ได้วิพากษ์วิจารณ์การเข้าเป็นสมาชิก Nato ของสวีเดนและฟินแลนด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเตือนว่ารัสเซียจะส่งกำลังทหารไปตอบโต้ในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งปูตินเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนตุลาคมว่า “ทั้งฟินแลนด์และสวีเดนได้สูญเสียความได้เปรียบจากการเป็นประเทศที่เป็นกลางไปแล้ว ก่อนหน้านี้เราไม่มีการแสดงกำลังทางทหารในภูมิภาคส่วนนั้นของรัสเซีย แต่ตอนนี้เราจะมี”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/world/russia-central-asia/article/3358930/putin-superyacht-graceful-spotted-radar-denmark?module=top_story&pgtype=section