.
อิหร่านสั่งซื้อฮ.รัสเซีย 20 ลำ หลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับสหรัฐฯ ตั้งเป้าเสริมฝูงบินกู้ภัย–ลอจิสติกส์
18-6-2026
Forbes รายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศอิหร่าน (Iran) ได้เดินทางเยือนกรุงมอสโกเพื่อลงนามในข้อตกลงจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์สัญชาติรัสเซียจำนวน 20 ลำ สำหรับนำมาใช้งานใน "ฝูงบินโลจิสติกส์และกู้ภัยทางอากาศ" ของประเทศ ตามรายงานของสำนักข่าวทางการอิหร่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่อิหร่านเพิ่งประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวร่วมกับประเทศสหรัฐอเมริกา (US) โดยเป็นสัญญาณสะท้อนชัดว่ารัฐบาลเตหะรานได้เริ่มต้นเดินหน้าขับเคลื่อนข้อตกลงทางการค้ากับประเทศรัสเซีย (Russia) และเร่งฟื้นฟูฝูงบินที่ได้รับความเสียหายจากสงครามในทันที
รายงานจากสำนักข่าว WANA ของอิหร่านเมื่อวันพุธระบุว่า ประธานสมาคมสภาเสี้ยววงเดือนแดงแห่งอิหร่าน (Iran’s Red Crescent Society) ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ณ กรุงมอสโก ร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Russian Helicopters โดยมีกำหนดการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำแรกภายในเดือนมีนาคม ปี 2027
แม้ว่ารายงานข่าวจะระบุอย่างเป็นทางการว่า เฮลิคอปเตอร์ทั้งหมดจะถูกบรรจุเข้าสู่ฝูงบินของสมาคมสภาเสี้ยววงเดือนแดงแห่งอิหร่าน แต่ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ มักจะออกมากล่าวอ้างและโอ้อวดต่อสาธารณชนอย่างสม่ำเสมอว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายล้างกองทัพอากาศและฝูงบินรบทั้งหมดของอิหร่านลงอย่างราบคาบในระหว่างการเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกแรกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านได้ร่วมกันประกาศร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) สำหรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดการจัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ในวันศุกร์นี้ ทว่าจนถึงช่วงเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น รายละเอียดของเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงในร่างสัญญาดังกล่าวยังคงไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง (What to Watch For)
แม้ว่ารายละเอียดของร่างสัญญาหยุดยิงจะยังไม่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ทว่าสำนักข่าวระดับโลกอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) และสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ต่างรายงานตรงกันเมื่อวันพุธว่า คณะเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการแจกจ่ายและหมุนเวียนเอกสารร่างข้อตกลงดังกล่าวให้แก่บรรดาผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ในระหว่างการประชุมสุดยอดที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ประเทศฝรั่งเศส (France)
โดยมีรายงานระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวระบุถึงแผนการจัดตั้งกองทุนมูลค่าอย่างน้อย 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาใช้สำหรับการพัฒนาและฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของอิหร่าน อย่างไรก็ดี ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวต่อประเด็นดังกล่าว โดยชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่มีการจัดสรรงบประมาณหรือมอบเงินสดให้แก่โครงการดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังจะเปิดกรอบเวลาในการเจรจาร่วมกันเป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินกระบวนการพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนกรานมาโดยตลอดว่าอิหร่านจำเป็นต้องยกเลิกและยุติโครงการดังกล่าวลงทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง
ท่าทีคัดค้านและคำเตือนจากทรัมป์ (Contra)
ในระหว่างการขึ้นแถลงข่าว ณ ที่ประชุมสุดยอด G7 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้กล่าวเตือนต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพุธอย่างตรงไปตรงมาว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่เห็นพ้องร่วมกันนั้นยังไม่ใช่ข้อสรุปขั้นสุดท้าย
“เอกสารชิ้นนี้เป็นเพียงแค่บันทึกความเข้าใจ (MOU) เท่านั้น และหากผมไม่พึงพอใจในเงื่อนไขสุดท้าย พวกเราจะกลับไปเปิดฉากยิงและทิ้งระเบิดใส่พวกเขาทันที” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แถลงต่อผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ “หากพวกเขาประพฤติตัวไม่ดี พวกเราจะกลับไปทิ้งระเบิดลงตรงกลางศีรษะของพวกเขาในทันที เพราะพวกเขาประพฤติตนไม่ดีมาตลอดระยะเวลา 47 ปีที่ผ่านมา”
ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอิหร่านและรัสเซีย (Key Background)
ประเทศอิหร่านและประเทศรัสเซียต่างดำรงสถานะเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่เหนียวแน่นและยาวนานในฐานะประเทศคู่ปรับของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการที่อิหร่านส่งมอบการสนับสนุนแก่รัสเซียในสงครามกับประเทศยูเครน (Ukraine) แม้ว่าจะต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันอย่างหนักหน่วงจากประชาคมโลกก็ตาม
โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) อ้างอิงรายงานจากสื่อของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า นายอับดุลนาเซอร์ เฮมมาตี (Abdolnaser Hemmati) ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน ได้ร่วมเดินทางเยือนรัสเซียในฐานะสมาชิกของคณะผู้แทนทางการทูตเพื่อเจรจาในประเด็น "การอำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวในระบบการแลกเปลี่ยนทางการเงินและการธนาคารร่วมกัน" ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศต่างเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจขั้นรุนแรงจากทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) ในปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.forbes.com/sites/zacharyfolk/2026/06/17/iran-buys-20-russian-helicopters-after-us-peace-deal/