จีนรุกคืบยุโรปเขย่าพันธมิตร NATO สั่นคลอน
จีนรุกคืบยุโรป สบช่อง “ทรัมป์” เขย่าพันธมิตร NATO สั่นคลอน หวังสร้างขั้วอำนาจใหม่คานอำนาจวอชิงตัน
9-5-2026
DW รายงานว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา (US) และมหาอำนาจในยุโรป (Europe) กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤต รัฐบาลจีน (China) กำลังใช้โอกาสนี้ในการแสวงหาพันธมิตรใหม่เพื่อสร้างระเบียบโลกแบบ "หลายขั้วอำนาจ" (Multipolar World Order) โดยมองว่ายุโรปควรยุติการดำเนินนโยบายที่พึ่งพาปักกิ่งและวอชิงตันเพียงฝ่ายเดียว
กระแสทัศนคติในจีนผ่านรายการทอล์คโชว์ทางการเมืองของ Shanghai Media Group (SMG) สะท้อนให้เห็นว่า สาธารณชนจีนมองยุโรปในปัจจุบันว่ากำลังสูญเสียความสำคัญทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเศรษฐกิจที่หยุดนิ่ง นโยบายต่างประเทศที่ขาดอิสระ และความไร้สามารถในการยุติสงครามยูเครน (Ukraine War) ที่เกิดขึ้นที่หน้าบ้านของตนเอง นอกจากนี้ ยุโรปยังถูกมองว่ายังคงยอมก้มหัวให้วอชิงตัน แม้จะถูกกดดันอย่างหนักจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ก็ตาม
รอยร้าวข้ามแอตแลนติก: โอกาสทองของปักกิ่ง
นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับเข้ามารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025 พันธมิตรข้ามแอตแลนติกต้องเผชิญกับความวุ่นวาย ทั้งจากการที่ทรัมป์ขู่จะยึดครองกรีนแลนด์ (Greenland) และการตั้งคำถามถึงความจำเป็นของนาโต (NATO) หลังจากยุโรปปฏิเสธที่จะเข้าร่วมทำสงครามกับอิหร่าน (Iran) ตามความต้องการของสหรัฐฯ
จีนมองว่าความแตกแยกระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปคือโอกาสสำคัญ โดยปักกิ่งวางเป้าหมายที่จะประสานงานกับรัสเซีย (Russia) และประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพื่อผลักดันให้ยุโรปกลายเป็น "ขั้วอำนาจอิสระ" อีกขั้วหนึ่ง ซึ่งมีเหตุผลสนับสนุนที่เรียบง่ายคือ:
อำนาจทางการเมือง: ยุโรปมีเสียงวีโต้ (Veto) ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติถึง 2 เสียง (สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส)
ตลาดการค้า: ตลาดร่วมยุโรปมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจที่เน้นการส่งออกของจีน โดยเฉพาะในช่วงสงครามการค้ากับสหรัฐฯ
การเกื้อกูลทางเศรษฐกิจ: จีนมีกำลังการผลิตมหาศาลในราคาที่แข่งขันได้ ขณะที่ยุโรปยังมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยซึ่งสามารถเกื้อกูลกันได้เป็นอย่างดี
ความท้าทายต่อ "ฉันทามติวอชิงตัน"
ศาสตราจารย์ ติง ชุน (Ding Chun) จากมหาวิทยาลัยฟูดาน ระบุว่าในอดีตสหรัฐฯ ใช้ความครอบงำผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เพื่อสร้างฐานอำนาจที่เรียกว่า "ฉันทามติวอชิงตัน" (Washington Consensus) แต่ในปัจจุบัน ยุโรปยุคใหม่เริ่มเบื่อหน่ายกับกลุ่มอำนาจเดิม และโซเชียลมีเดียทำให้ผลการเลือกตั้งไม่สามารถคาดเดาได้อีกต่อไป
เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา อันนาเลนา แบร์บ็อก (Annalena Baerbock) ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ได้เดินทางเยือนปักกิ่ง โดยนายหวัง อี้ (Wang Yi) รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้ใช้โอกาสนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปสถาบันภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อสถาปนารัฐบาลโลกแบบหลายขั้วอำนาจที่จีนพร้อมจะก้าวขึ้นมามีบทบาทนำในการรักษามัลติภาคีนิยมและกฎหมายระหว่างประเทศ
บทเรียนจาก Industry 4.0 และอนาคตของเทคโนโลยี
จาง เหวยเหวย (Zhang Weiwei) ผู้อำนวยการสถาบันจีนแห่งมหาวิทยาลัยฟูดาน ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจว่า ยุโรปกำลังพลาดโอกาสในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต หรือ Industry 4.0 โดยปัจจุบันไม่มีบริษัทเทคโนโลยีของยุโรปรายใดที่ติดอันดับ Top 20 ของโลก ส่งผลให้ยุโรปต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มและบิ๊กดาต้า (Big Data) จากสหรัฐฯ เป็นหลัก
"เมื่อหลายปีก่อน คนจีนเชื่อว่าเราสามารถเรียนรู้จาก Industry 4.0 ของเยอรมนีได้ แต่ปัจจุบันไม่มีใครพูดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว" จางกล่าว พร้อมระบุว่าข้อเสนอของจีนที่มีต่อกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) คือการเป็นพันธมิตรที่ "ยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงและเป็นอิสระ" โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิบัติต่อยุโรปอย่างแข็งกร้าวในวาระที่สองนี้ ซึ่งทำให้ยุโรปเริ่มตระหนักว่าเป้าหมายสำคัญหลายประการไม่สามารถบรรลุได้หากปราศจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกับจีน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.dw.com/en/decoding-china-beijing-courts-europe-amid-us-dysfunction/a-77038349