จีนดันบราซิลขึ้นเบอร์หนึ่งเป้าหมายลงทุนโลก
Thailand
จีนดันบราซิลขึ้นเบอร์หนึ่งเป้าหมายลงทุนโลก แซงสหรัฐฯ เม็ดเงินทุนจีนทะลักเข้าบราซิลกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ เน้นอุตสาหกรรม EV และการผลิตแห่งอนาคต
9-5-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า รายงานประจำปีจากสภาธุรกิจจีน-บราซิล (CBBC) ระบุว่า ในปี 2025 ประเทศบราซิล (Brazil) ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนอันดับ 1 ของโลกสำหรับเม็ดเงินจากประเทศจีน (China) แซงหน้าสหรัฐอเมริกา (US) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางการขยายตัวของความร่วมมือทางเศรษฐกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม
สถิติการลงทุนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ข้อมูลระบุว่าในปี 2025 เพียงปีเดียว จีนได้อัดฉีดเม็ดเงินลงทุนในบราซิลถึง 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับปี 2024 ผ่านโครงการต่างๆ รวม 52 โครงการ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ส่งผลให้ปัจจุบันบราซิลครองสัดส่วนเงินทุนต่างประเทศของจีนถึงร้อยละ 10.9 ขณะที่สหรัฐฯ มีสัดส่วนเหลือเพียงร้อยละ 6.8 เท่านั้น
อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ทุนจีนเข้าครอบคลุม
เม็ดเงินลงทุนของจีนถูกกระจายไปยังอุตสาหกรรมสำคัญๆ ดังนี้:
อุตสาหกรรมการผลิต: ระหว่างปี 2023 ถึง 2025 การผลิตกลายเป็นภาคส่วนที่ได้รับเงินทุนสูงสุดเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 2.66 พันล้านดอลลาร์ แซงหน้าทั้งภาคการทำเหมืองและน้ำมัน
ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): บริษัท BYD ยักษ์ใหญ่จากจีน สามารถครองส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในบราซิลได้สูงถึงร้อยละ 72 เพียงรายเดียว
การทำเหมืองแร่: มูลค่าการลงทุนพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัว แตะระดับ 1.76 พันล้านดอลลาร์
ความสัมพันธ์ที่หยั่งรากลึกและการกระจายตัว
นับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา บริษัทสัญชาติจีนได้ลงทุนในบราซิลไปแล้วรวมกว่า 8.55 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านโครงการรวม 355 โครงการ โดยในปี 2025 พบว่ามีการกระจายตัวของโครงการไปยัง 20 รัฐ จากทั้งหมด 26 รัฐของบราซิล ซึ่งถือเป็นการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวางที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ท่าทีของสหรัฐฯ และการชิงทรัพยากรยุทธศาสตร์
ในขณะที่จีนขยายอิทธิพลในภาคการผลิตและรถยนต์ไฟฟ้า สหรัฐฯ ก็พยายามตอบโต้ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ทรัพยากรหายาก โดยล่าสุดสหรัฐฯ ได้เข้าซื้อกิจการเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวของบราซิลที่อยู่นอกเอเชีย ด้วยมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนจำนวน 565 ล้านดอลลาร์จากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาแห่งสหรัฐฯ (DFC) เพื่อรับประกันความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานนอกการควบคุมของจีน
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของบราซิลในฐานะ "สมรภูมิใหม่" ของสองมหาอำนาจ โดยจีนเน้นการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ขณะที่สหรัฐฯ มุ่งเน้นไปที่การควบคุมทรัพยากรต้นน้ำที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติตามรายงานฉบับล่าสุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2052618663811813547?s=20
© Copyright 2020, All Rights Reserved