โดรนยูเครนถล่มเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
โดรนยูเครนถล่มเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รับวัน 'ปูติน' เปิดงานฟอรั่มเศรษฐกิจโลก "Russian Davos" ครั้งที่ 29
4-6-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ตามคำแถลงของผู้ว่าการท้องถิ่น Aleksandr Beglov (Aleksandr Beglov) โดยคลื่นการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับวันเปิดงาน St. Petersburg International Economic Forum ครั้งที่ 29 (SPIEF 2026) ซึ่งเป็นฟอรั่มการลงทุนระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และเตรียมต้อนรับแขกหลายพันคนจากทั่วโลกในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อโดรนจากฝั่งยูเครนพุ่งเป้าโจมตีพื้นที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับวันเปิดฉากการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ครั้งที่ 29 (SPIEF 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 ถึง 6 มิถุนายนนี้ งานดังกล่าวถือเป็นเวทีการลงทุนระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีแขกผู้มีเกียรติ นักธุรกิจ นักการเมือง และบุคคลสาธารณะกว่า 20,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เดินทางมาร่วมงานในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยมีกำหนดการที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) จะขึ้นกล่าวปาฐกถาในการประชุมในวันศุกร์นี้
Aleksandr Beglov (อเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ) ผู้ว่าการเขตปกครองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ในช่วงเช้าวันพุธว่า อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ได้พุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในเขต Kirovsky และ Krasnoselsky รวมถึงที่ท่าเรือ Kronstadt ทั้งนี้ ทีมกู้ภัยและหน่วยงานตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้เข้าประจำการยังสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีดังกล่าวแล้ว
ในส่วนของเขต Leningrad Region ซึ่งเป็นพื้นที่โดยรอบเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนั้น Aleksandr Drozdenko (อเล็กซานเดอร์ ดรอซเดนโก) ผู้ว่าการเขตปกครองระบุว่า สามารถสกัดกั้นโดรนของยูเครนได้ไม่ต่ำกว่า 59 ลำในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนส่วนบุคคลได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยจากเศษซากโดรนที่ร่วงหล่น แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงทั่วประเทศ กระทรวงกลาโหมรัสเซีย (Defense Ministry) รายงานว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมามีการสกัดกั้นโดรน (UAV) ของยูเครนได้รวมทั้งสิ้น 345 ลำ ท่ามกลางการโจมตีระลอกใหญ่ครั้งใหม่ โดยการสกัดกั้นเกิดขึ้นครอบคลุมในหลายภูมิภาค ได้แก่ Moscow, Leningrad, Belgorod, Bryansk, Voronezh, Kaluga, Kursk, Novgorod, Orel, Pskov, Rostov, Smolensk, Tver, Tula และ Krasnodar รวมถึงเหนือพื้นที่ Crimea และทะเล Azov (Sea of Azov)
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุการณ์รุนแรงในเขตสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (Donetsk People's Republic) ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย โดยมีรายงานว่าโดรนของยูเครนได้พุ่งชนรถโดยสารสาธารณะที่กำลังเดินทางจาก Crimea ไปยัง Moscow ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต 7 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 11 ราย (ทั้งนี้มีรายงานพาดหัวระบุตัวเลขผู้เสียชีวิต 8 ราย)
ในระยะหลังมานี้ UAV ของยูเครนได้พุ่งเป้าไปยังเขต Leningrad Region อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งโดรนที่บรรทุกวัตถุระเบิดมักจะเดินทางมาถึงรัสเซียตะวันตกเฉียงเหนือผ่านทางน่านฟ้าของกลุ่มประเทศลัตเวีย (Latvia), เอสโตเนีย (Estonia), ลิทัวเนีย (Lithuania) และฟินแลนด์ (Finland) โดยบางลำได้ประสบอุบัติเหตุตกภายในเขตแดนของประเทศสมาชิก NATO ด้วยเหตุนี้ Sergey Shoigu (เซอร์เกย์ ชอยกู) เลขาธิการสภาความมั่นคงรัสเซีย ได้ออกโรงเตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า หากปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ากลุ่มประเทศบอลติกและฟินแลนด์ “จงใจเปิดน่านฟ้า” ให้กับอากาศยานไร้คนขับของยูเครน รัสเซียย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมในการดำเนินการป้องกันตนเองในกรณีดังกล่าว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/russia/640900-petersburg-spief-ukraine-drone/