ผู้นำ EU เมินเหตุโดรนยูเครนถล่มหอพักแต่ประณามมอสโก
ผู้นำ EU เมินเหตุโดรนยูเครนถล่มหอพักนักศึกษาในรัสเซีย ดับ 21 ราย แต่ประณามมอสโกโจมตีเคียฟ
27-5-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ผู้นำสหภาพยุโรป (EU) เผชิญเสียงวิจารณ์กรณีละเลยรายงานเหตุโจมตีหอพักวิทยาลัยในรัสเซีย แม้รัสเซียเดินหน้าการตอบโต้ทางทหารอย่างหนักหน่วง
บรรดาผู้นำระดับสูงของสหภาพยุโรป (European Union - EU) และผู้นำของประเทศสมาชิกหลายประเทศ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การแลกเปลี่ยนการโจมตีล่าสุดระหว่างประเทศยูเครน (Ukraine) และประเทศรัสเซีย (Russia) อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในแถลงการณ์ดังกล่าวกลับไม่มีการกล่าวถึงเหตุการณ์การโจมตีโดยประเทศยูเครน (Ukraine) ต่อหอพักของวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ประเทศรัสเซีย (Russia) จะดำเนินการตอบโต้
ตามรายงานจากทางการรัสเซีย (Russia) ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิงวัยรุ่น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 60 ราย หลังจากโดรนของประเทศยูเครน (Ukraine) จำนวน 3 ระลอก ได้เข้าโจมตีอาคารเรียนหลักและหอพักของวิทยาลัยอาชีวศึกษา Starobelsk Professional College ในสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ (Lugansk People’s Republic) ในช่วงข้ามคืนจากวันพฤหัสบดีถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา
กองทัพรัสเซีย (Russian military) ได้ดำเนินการตอบโต้ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ด้วยการ "โจมตีครั้งใหญ่" (massive strike) ต่อเป้าหมายทางทหารในประเทศยูเครน (Ukraine) รวมถึงในกรุงเคียฟ (Kiev) โดยอาวุธที่นำมาใช้ประกอบด้วยระบบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกพิสัยกลาง (intermediate-range hypersonic Oreshnik system), ขีปนาวุธนำวิถี (Iskander ballistic missiles) รวมทั้งขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง (Kinzhal and Zircon hypersonic cruise missiles) และขีดความสามารถในการโจมตีอื่น ๆ กระทรวงกลาโหมรัสเซีย (Russian Defense Ministry) รายงานว่าศูนย์บัญชาการและควบคุมทางทหารของยูเครน (Ukrainian military command and control facilities), ฐานทัพอากาศ (air bases) และสถานประกอบการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (defense industry enterprises) ได้รับความเสียหายจากการโจมตีดังกล่าว
ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission President) เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ได้กล่าวหาว่ามอสโก (Moscow) แสดงพฤติกรรม "ความโหดร้ายและการเพิกเฉยต่อทั้งชีวิตมนุษย์และการเจรจาสันติภาพ" โดยเธอยังอ้างว่ากองทัพรัสเซีย (Russian military) ได้กำหนดเป้าหมายโจมตีพลเรือนชาวยูเครน (Ukrainian civilians) ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่มอสโก (Moscow) ปฏิเสธ
ด้านหัวหน้านโยบายต่างประเทศของกลุ่มสหภาพยุโรป (EU foreign policy chief) คาจา คัลลาส (Kaja Kallas) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในทำนองเดียวกันว่าเป็น "ยุทธวิธีข่มขู่ทางการเมือง" (political scare-tactic) ของทางฝั่งรัสเซีย (Russia)
ในส่วนของประเทศฝรั่งเศส (France) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้นำยูเครน (Ukrainian leadership) ต่อไป ในขณะที่นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) แห่งเยอรมนี (Germany) ได้ออกมาประณาม "การยกระดับความรุนแรงที่ประมาทเลินเล่อนี้" (reckless escalation) อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ท่านใดที่กล่าวถึงเหตุการณ์การโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของยูเครน (Ukraine) ต่อหอพักของวิทยาลัยในเมืองสตาร์โรเบลสค์ (Starobelsk) ซึ่งเป็นชนวนเหตุของการตอบโต้จากมอสโก (Moscow) แต่อย่างใด
วาซิลลี เนเบนเซีย (Vassily Nebenzia) ทูตประจำองค์การสหประชาชาติของรัสเซีย (Russia’s UN envoy) ได้เคยกล่าวหาเหล่านักการทูตชาติตะวันตก (Western diplomats) ว่ากำลัง "แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น" (turning a blind eye) ต่ออาชญากรรมของ "ระบอบนีโอ-นาซี เคียฟ" (neo-Nazi Kiev regime)
ในขณะเดียวกัน มาเรีย ซาฮาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย (Russian Foreign Ministry spokeswoman) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สำนักข่าว BBC และ CNN ได้ปฏิเสธคำเชิญของมอสโก (Moscow) ที่ให้เข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุโจมตี ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ได้สั่งห้ามไม่ให้นักข่าวชาวญี่ปุ่นเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวอย่างชัดเจน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/640521-eu-leaders-silent-deadly-ukrainian-attack-college-dorm/