กรีซ-ตุรกีปะทะเดือดเรื่องเขตทางทะเลใน NATO
กรีซ-ตุรกีปะทะเดือดเรื่องเขตทางทะเลใน NATO ปม “Blue Homeland” ดันทะเลอีเจียนเสี่ยงเป็นจุดปะทุ
21-5-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 ความขัดแย้งระหว่างกรีซ (Greece) และตุรกี (Türkiye) ได้ข้ามผ่านระดับของการทูตไปสู่พื้นที่ที่อันตรายกว่าเดิม นั่นคือการเผชิญหน้ากันผ่านแผนที่ กฎหมาย และคำเตือนทางทหาร
ทางการตุรกีได้ยืนยันว่า กำลังดำเนินการจัดทำกฎหมายฉบับใหม่ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เขตอำนาจทางทะเล ซึ่งฝั่งกรีซมองว่าความพยายามนี้เป็นความพยายามของตุรกีในการมอบสถานะทางกฎหมายให้กับหลักนิยม "Blue Homeland" (Mavi Vatan) โดยเอเธนส์ (Athens) ยืนยันว่า ความเคลื่อนไหวฝ่ายเดียวของตุรกีในทะเลอีเจียน (Aegean Sea) นั้น ไม่มีผลในทางกฎหมายและถือเป็นการยั่วยุทางการเมือง ขณะที่ตุรกีโต้แย้งว่า ตนไม่ได้โจมตีใคร แต่กำลังปกป้องสิทธิทางทะเลและจัดระเบียบนโยบายรัฐในน่านน้ำโดยรอบ
ต้นกำเนิดและแนวคิด Blue Homeland
หลักนิยม Blue Homeland หรือ Mavi Vatan ในภาษาตุรกี ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายต่างประเทศส่วนตัวของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdoğan) แต่มีรากฐานมาจากแวดวงทางเรือและยุทธศาสตร์ของตุรกี โดยมีผู้ออกแบบแนวคิดคือ อดีตพลเรือเอก เจม กูร์เดนิซ (Cem Gürdeniz) และอดีตพลเรือตรี จิฮัต ยายจือ (Cihat Yaycı) ซึ่งผลักดันแนวคิดนี้มาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2000 เพื่อสร้างความตระหนักว่าตุรกีต้องไม่มองอธิปไตยผ่านพรมแดนทางบกเพียงอย่างเดียว แต่ทะเลโดยรอบถือเป็นความมั่นคง อนาคตทางเศรษฐกิจ และอนาคตระดับภูมิภาค
แนวคิดนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากสะท้อนความรู้สึกลึกๆ ภายในตุรกีที่เชื่อว่าประเทศถูกจำกัดโดยระเบียบภูมิภาคที่ผู้อื่นเป็นผู้กำหนด แต่สำหรับกรีซ หลักนิยมนี้ถือเป็นการท้าทายระเบียบทางกฎหมายในทะเลอีเจียน และพยายามรื้อฟื้นประเด็นที่กรีซมองว่ายุติไปแล้วด้วยสนธิสัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีพิพาทเกี่ยวกับเกาะ แก่ง และโขดหินจำนวน 152 แห่ง ซึ่งกรีซยืนยันว่าอธิปไตยของตนเหนือเกาะเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่นำมาเจรจาต่อรองได้
ความเสี่ยงจากการยกระดับสู่กฎหมาย
ความเปราะบางของสถานการณ์ในปัจจุบันอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านจากวาทกรรมไปสู่การตรากฎหมาย หากตุรกีมีการกำหนดหลักนิยม Blue Homeland ไว้ในกฎหมายจริง แม้จะไม่เปลี่ยนกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็จะเปลี่ยนการเมืองภายในตุรกี ทำให้การประนีประนอมในอนาคตทำได้ยากขึ้น และเปิดช่องให้ฝ่ายชาตินิยมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ยอมถอยในประเด็นที่ถูกเขียนไว้ในกฎหมายแล้ว
ความทรงจำจากวิกฤตการณ์ Imia/Kardak ในปี 1996 ยังคงเป็นรอยร้าวที่ค้างคา โดยในเวลานั้นข้อพิพาทเกี่ยวกับเกาะเล็กๆ เกือบทำให้ทั้งสองประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ ในพื้นที่ที่ภูมิศาสตร์คับแคบและความกดดันทางการเมืองสูง การยกระดับความรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้เพียงเพราะเหตุการณ์เล็กน้อย เช่น เรือตรวจการณ์ หรือการโต้ตอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์
บริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไป
สถานการณ์นี้ซับซ้อนขึ้นด้วยปัจจัยภายนอก ในโลกที่ระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะสงครามรอบอิหร่าน (Iran) ที่ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ในภาวะตึงเครียดทางทหารและเศรษฐกิจ และวิกฤตการเดินเรือที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทางทะเลคือเส้นเลือดใหญ่ของการทำสงคราม ตุรกีมองความวุ่นวายนี้เป็นเหตุผลสนับสนุน Blue Homeland ขณะที่กรีซมองว่าเป็นเหตุผลที่ไม่ควรปล่อยให้เกิด "พื้นที่สีเทา" ในทะเลอีเจียน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือบทบาทของสหรัฐฯ (US) ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งในขณะนี้มีภาระหนักจากสงครามอิหร่านจนอาจไม่มีความพร้อมในการไกล่เกลี่ยที่เชื่อถือได้ ทำให้ตุรกีอาจมองเห็นเป็นโอกาสในการสร้างความมั่นใจต่อข้อเรียกร้องทางทะเล ขณะที่กรีซกลับมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ความมั่นคงจาก NATO อาจสั่นคลอน
ข้อจำกัดของ NATO และ EU
แม้กรีซและตุรกีจะเป็นสมาชิก NATO แต่พันธมิตรก็ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งเรื่องอธิปไตยของเกาะต่างๆ ได้ NATO ทำได้เพียงเรียกร้องความยับยั้งชั่งใจและสื่อสารทางทหารเท่านั้น ส่วนสหภาพยุโรป (EU) ก็มีข้อจำกัด เนื่องจากตุรกีไม่ได้เป็นสมาชิก แม้กรีซและไซปรัสจะพยายามกดดันให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในยุโรป แต่ตุรกีมักมองว่าถ้อยแถลงของ EU คือตำแหน่งแห่งหนของกรีซและไซปรัส ไม่ใช่การตัดสินโดยเป็นกลาง
ในท้ายที่สุด เมื่อการทูตมีช่องว่างน้อยลง กรีซและตุรกีกลับคุยกันคนละเรื่อง โดยกรีซเน้นไปที่การปักปันเขตแดนทางทะเล ขณะที่ตุรกีต้องการวาระที่กว้างกว่านั้น รวมถึงน่านฟ้า น่านน้ำ และการลดกำลังทหาร ความขัดแย้งนี้จึงอยู่ในภาวะ "การยกระดับความรุนแรงที่ถูกควบคุม" (Controlled escalation) ที่อันตราย เพราะแม้ไม่มีใครต้องการสงคราม แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับลดพื้นที่ของการคลี่คลายปัญหาลงทุกขณะ จนกระทั่งความขัดแย้งอาจกลายเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/640293-burning-sea-nato-greece-turkiye/