.
“คิม จอง อึน โชว์มิตรภาพจีน–รัสเซีย ทดสอบขีปนาวุธ–ต้อนรับนักการทูตจีน ภายใต้ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับปูติน เพื่อบีบสหรัฐฯ ยอมรับสถานะมหาอำนาจนิวเคลียร์”
11-4-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า คิม จอง อึน (Kim Jong Un) ผู้นำเกาหลีเหนือกำลังใช้ทั้งการทดสอบอาวุธและการทูตเชิงรุกเพื่อแสดงบทบาทของตนในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเครือข่ายพันธมิตรเก่า ในจังหวะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เตรียมเยือนจีน (China) ซึ่งถือเป็นการเยือนของผู้นำสหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ
คิม จองอึน (Kim Jong Un) ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ กำลังแสดงให้โลกเห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับพันธมิตรเก่าแก่ พร้อมโชว์บทเรียนทางการทหารที่ได้รับจากสมรภูมิยูเครน (Ukraine) เพื่อวางสถานะให้เกาหลีเหนือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่แข็งแกร่ง ก่อนการเดินทางเยือนประเทศจีน (China) ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
ภายหลังการทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งรวมถึงอาวุธที่อ้างว่าเป็นระเบิดพวง (Cluster munitions) และระเบิดสำหรับทำลายโครงข่ายไฟฟ้าของศัตรู เกาหลีเหนือได้ให้การต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจาก นายคิม จองอึน ได้ยืนเคียงข้าง นายสี จิ้นผิง (Xi Jinping) และ นายวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ในพิธีสวนสนามทางทหาร ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่ง นายหวัง อี้ (Wang Yi) ระบุว่าเป็น "การพบปะครั้งประวัติศาสตร์"
"จีนจะประสบความสำเร็จในการปกป้อง กระชับความสัมพันธ์ และพัฒนาความเป็นมิตรระหว่างจีนและเกาหลีเหนือ (DPRK) ต่อไป ไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร" นายหวัง อี้ กล่าว โดยสำนักข่าวยอนฮับ (Yonhap) รายงานว่าอาจมีการพบปะกับ นายคิม ระหว่างการเยือน 2 วันนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการกระชับความสัมพันธ์กับจีน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือได้ขยับเข้าใกล้รัสเซีย (Russia) ในฐานะผู้สนับสนุนสงครามของมอสโก
นอกจากนี้ การเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟและเที่ยวบินของสายการบินแอร์ไชน่า (Air China) ระหว่างปักกิ่งและเปียงยางได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจเป็นการปูทางไปสู่การกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศที่สำคัญของ นายคิม
การทูตท่ามกลางแสนยานุภาพและการรุกคืบของทรัมป์
ความเคลื่อนไหวทางการทูตและการทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นในขณะที่ทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนจีน ซึ่งถือเป็นการเยือนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบสิบปี โดยเกาหลีใต้ (South Korea) พยายามผลักดันให้เกิดการพบปะระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเคยถูกเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งเนื่องจากสงครามอิหร่าน (Iran) อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมสำหรับการเจรจาหรือไม่
"ปัจจุบันเกาหลีเหนือมีพันธมิตรที่ผ่านการร่วมรบจริงกับรัสเซีย และจีนยังคงยืนหยัดหนุนหลังระบอบนี้" ดู จิน-โฮ (Doo Jin-ho) นักวิจัยจาก Korea Research Institute for National Strategy กล่าว "เกาหลีเหนือไม่ใช่ประเทศเดิมที่เคยเป็นอีกต่อไป และมันยากขึ้นมากสำหรับสหรัฐฯ ที่จะรับมือ"
ด้านวอชิงตันก็ได้เปลี่ยนแนวทางเช่นกัน นับตั้งแต่กลับคืนสู่ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้ใช้แสนยานุภาพทางทหารจัดการกับศัตรูของสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด อาทิ การเข้าควบคุมตัว นายนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลาถึงในบ้านพักเมื่อเดือนมกราคม รวมถึงการกวาดล้างผู้นำระดับสูงของอิหร่านเกือบทั้งหมด เพื่อยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศดังกล่าว
บทเรียนจากยูเครนสู่กองทัพที่อันตรายยิ่งขึ้น
นายคิม จองอึน ซึ่งเคยพบกับทรัมป์มาแล้ว 3 ครั้งในช่วงวาระแรก ได้ยื่นข้อเสนอให้วอชิงตันยอมรับเกาหลีเหนือในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์ก่อนที่จะเริ่มการเจรจาใดๆ จอห์น เดลูรี (John Delury) จาก Asia Society มองว่า นายหวัง อี้ อาจอาสารับหน้าที่ส่งสารจาก นายคิม ไปถึงทรัมป์ หรือประเมินท่าทีของ นายคิม ต่อการจัดการประชุมสุดยอดอีกครั้ง
นอกจากความสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียแล้ว นายคิม ยังได้เปิดรับ นายอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก (Alexander Lukashenko) ประธานาธิบดีเบลารุส ณ เปียงยาง เพื่อลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือ โดยทั้งคู่ต่างเป็นพันธมิตรของปูตินในสงครามยูเครน ซึ่งเกาหลีเหนือสนับสนุนทั้งกระสุนปืนใหญ่ ขีปนาวุธ และกำลังพล
จอห์น เฮมมิงส์ (John Hemmings) ผู้อำนวยการ National Security Centre แห่ง Henry Jackson Society ระบุว่า ประสบการณ์ที่เกาหลีเหนือได้รับจากสงครามยูเครนช่วยในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยขึ้น เช่น การนำระบบข่าวกรองโดรนมาใช้ร่วมกับปืนใหญ่ และการสร้างหน่วยทหารเดินเท้าขนาดเล็กที่คล่องตัวแทนที่กองพันขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เปียงยางยังให้ความสำคัญกับ AI, อาวุธต่อต้านดาวเทียม และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้กองทัพประชาชนเกาหลี "อันตรายขึ้นกว่าเมื่อ 2 ปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-10/kim-jong-un-shows-off-friends-weapons-before-trump-s-china-trip