.
สหรัฐฯ–อิสราเอล–อิหร่าน ‘ปะทะเดือดข้ามวันข้ามคืน’ ไซเรนดังทั่วอิสราเอลหลัง ‘ผู้นำสูงสุดอิหร่าน’ เสียชีวิต ทรัมป์ยันเดินหน้าถล่มต่อ–เตหะรานยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่อิสราเอลและ “ชาติเจ้าบ้านฐานทัพสหรัฐฯ” ในตะวันออกกลาง
1-3-2026
สหรัฐฯ–อิสราเอล–อิหร่านปะทะเดือดข้ามคืน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ตามเวลาไทย หลังจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ–อิสราเอลต่ออิหร่าน และการยิงขีปนาวุธ–โดรนตอบโต้ของเตหะรานตลอดคืนยังคงส่งแรงสะเทือนไปทั่วภูมิภาค ในขณะที่ประชาคมโลกเร่งรณรงค์ให้ทุกฝ่ายหยุดยกระดับและหันกลับสู่การทูต
ภาพรวม: วันที่ 1 มีนาคม – สงครามเข้าสู่จุดเสี่ยงยืดเยื้อ
เมื่อรวมเหตุการณ์ตั้งแต่เช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จนถึงเช้าวันที่ 1 มีนาคม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจำนวนมากประเมินว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านได้เข้าสู่ช่วงยกระดับอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในมิติการทหาร การเมืองภายในอิหร่านหลังสูญเสียผู้นำสูงสุด และแรงสั่นสะเทือนต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะข้างหน้า
เหตุการณ์ล่าสุด: 1 มี.ค. 2569 – จากล่าสุดและย้อนหลัง
โลกเร่งกดดันให้หันกลับสู่การทูต
สำนักข่าวซินหัวเผยแพร่รายงาน “World Insights” ลงวันที่ 1 มีนาคม ระบุว่า ผู้นำจากหลายประเทศในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อความรุนแรงที่ยกระดับขึ้นระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่าย “หลีกเลี่ยงการใช้กำลังเพิ่มเติม และกลับสู่การเจรจาโดยด่วน” เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามเป็นวิกฤตระดับภูมิภาคที่ควบคุมไม่ได้
ไซเรนเตือนภัยดังทั่วอิสราเอล ขณะสกัดขีปนาวุธอิหร่าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ตามเวลาอิสราเอล มีสัญญาณไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในหลายพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล ขณะที่กองทัพระบุว่ากำลังสกัดขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่าน การเตือนภัยดังกล่าวสะท้อนว่าการตอบโต้ของเตหะรานยังดำเนินอยู่ต่อเนื่องจากคืนก่อนหน้า
อิหร่านยังถล่มอิสราเอล–รัฐอ่าวด้วยขีปนาวุธ
สื่อสหรัฐฯ รวมถึงสถานีท้องถิ่นในอเมริการายงานว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มเป้าหมายในอิสราเอลและรัฐอ่าวอาหรับในวันอาทิตย์ หลังปฏิบัติการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอลคร่าชีวิตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยรายงานระบุว่าขีปนาวุธของอิหร่านมุ่งเป้าไปยังอิสราเอลและรัฐอ่าวอย่างบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ไลฟ์อัปเดต: ปฏิบัติการและการตอบโต้ยังไม่ยุติ
ไลฟ์บล็อกของ CNN, ABC Australia และสื่ออิสราเอลระบุในเช้าวันที่ 1 มีนาคมว่า กองทัพอิสราเอลยังเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารในอิหร่านเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน อิหร่านอ้างว่ายิงขีปนาวุธและโดรน “รอบใหม่” ใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ส่งผลให้บางประเทศยังคงจำกัดน่านฟ้า และมีการเปิดไซเรนเตือนภัยในอิสราเอลต่อเนื่อง
อิหร่านไว้อาลัย–ประท้วง หลังผู้นำสูงสุดถูกสังหาร
รายงานจากสำนักข่าวในภูมิภาคตะวันออกกลางระบุว่า หลังการยืนยันการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เกิดการรวมตัวของประชาชนทั้งในรูปแบบพิธีไว้อาลัยและการประท้วงในหลายเมือง ตั้งแต่คืนวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 1 มีนาคม รัฐบาลประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน และหยุดราชการ 7 วัน เพื่อแสดงความอาลัย
ฉากหลัง: จาก 28 ก.พ. ถึงคืนแรกของการปะทะเต็มรูปแบบ
สหรัฐฯ–อิสราเอลถล่มอิหร่านต่อเนื่อง อิหร่านยิงขีปนาวุธ–โดรนตอบโต้ทั่วภูมิภาค
ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิต โลกผวาสงครามลุกลามยากควบคุม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาในอิหร่าน และดำเนินต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยมีการยิงขีปนาวุธและโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายแห่ง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากไปยังเป้าหมายในอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ทำให้สถานการณ์ยกระดับอย่างรวดเร็ว
อิสราเอล–สหรัฐฯ เดินหน้าถล่มเป้าทางทหารอิหร่านต่อเนื่อง (ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569)
รอยเตอร์และบีบีซีระบุว่า นับจากเช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ กองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเป้าหมายทางทหารทั่วอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่ระบบขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในหลายเมือง รวมถึงกรุงเตหะราน อิสฟาฮาน และเมืองยุทธศาสตร์อื่นๆ
สื่ออิสราเอลอย่าง Jerusalem Post รายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลส่งเครื่องบินรบหลายร้อยลำเข้าร่วมปฏิบัติการ โจมตีเป้าหมายทางทหารรวมหลายร้อยจุดทั่วอิหร่าน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดของอิสราเอลในประวัติศาสตร์
ด้านสหรัฐฯ สื่ออย่าง CBS News ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิด “คลื่นการโจมตีรอบใหม่” ในคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการขนาดใหญ่ (major combat operations) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและอาวุธยุทธศาสตร์ของอิหร่านลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตี (เช้า 28 ก.พ. 2569)
สำนักข่าว Al Jazeera สื่อกระแสหลักในตะวันตก และสื่อในอิสราเอลรายงานสอดคล้องกันว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอลในกรุงเตหะราน เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยการโจมตีมุ่งเป้าไปยังสถานที่ที่เขาประชุมกับแกนนำด้านความมั่นคงระดับสูง
รายงานจากสื่อสหรัฐฯ อ้างแหล่งข่าวด้านข่าวกรองระบุว่า นอกจากคาเมเนอีแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารและความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านราว 40 คนที่อาจเสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรก ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่สะท้อนความเสียหายเชิงโครงสร้างในระดับผู้นำของอิหร่านอย่างชัดเจน
อิหร่านเปิดฉากตอบโต้ ยิงขีปนาวุธ–โดรนถล่มอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ (คืน 28 ก.พ.–เช้า 1 มี.ค. 2569)
หลังการโจมตีระลอกแรก อิหร่านเข้าสู่โหมดตอบโต้เต็มรูปแบบ โดยบีบีซีและสื่อหลายสำนักรายงานว่า ตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากถล่มเป้าหมายในอิสราเอล รวมถึงจุดที่มีกองกำลังสหรัฐฯ ประจำการในกาตาร์ บาห์เรน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ในอิสราเอล มีสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นหลายระลอก โดยเฉพาะในภาคเหนือและพื้นที่สำคัญ หลังระบบป้องกันภัยทางอากาศตรวจพบขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ขณะที่สื่อบางแห่งรายงานความเสียหายเบื้องต้น ทั้งในอิสราเอลและในจังหวัดซูเวดา ของซีเรียซึ่งได้รับลูกหลงจากการยิงโต้ตอบ แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง
บีบีซีระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากอิสราเอลแล้ว ยังมีรายงานเสียงระเบิดและเหตุโจมตีในกาตาร์ บาห์เรน คูเวต และยูเออี ส่งผลให้หลายประเทศต้องปิดหรือจำกัดน่านฟ้าชั่วคราว พร้อมยกระดับการป้องกันทางอากาศในระดับสูงสุดในคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และต่อเนื่องในวันที่ 29 กุมภาพันธ์
น่านฟ้าปั่นป่วน–เที่ยวบินเปลี่ยนเส้นทาง (ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569)
จากการปะทะที่ยกระดับ ทางการอิหร่านประกาศปิดน่านฟ้าในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะที่อิสราเอลก็ปิดน่านฟ้าต่อเที่ยวบินพลเรือน ทำให้สายการบินนานาชาติหลายแห่งต้องเบี่ยงเส้นทางหรือยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป–อ่าว และยุโรป–เอเชียที่เคยผ่านน่านฟ้าอิหร่านและอิรัก
บีบีซีและ CNBC รายงานว่า เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวได้รับผลกระทบ ทั้งการยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทาง ขณะที่ข้อมูลจากบริการติดตามเที่ยวบินชี้ว่า เที่ยวบินจำนวนมากเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านไปใช้เส้นทางเหนือซาอุดีอาระเบียแทน
นานาชาติเรียกร้องหยุดยกระดับ หวั่นควบคุมไม่ได้ (แถลง 28 ก.พ. 2569)
สำนักข่าว Global News, New York Times และสื่อกระแสหลักในตะวันตกรายงานว่า ผู้นำจากยุโรป แคนาดา และชาติอื่น ๆ ได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการยกระดับความรุนแรงหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน โดยใช้ถ้อยคำอย่าง “ผลลัพธ์ร้ายแรง” และเตือนว่าความขัดแย้งอาจลุกลามจนควบคุมไม่ได้ หากไม่มีการหยุดยั้งอย่างทันท่วงที
รายงานจากหลายสำนักข่าวชี้สอดคล้องกันว่า ฝ่ายสหรัฐฯ และพันธมิตรบางประเทศยังคงแสดงการสนับสนุนเชิงการเมืองต่อปฏิบัติการของวอชิงตันและเทลอาวีฟ ขณะที่รัสเซียและจีนออกแถลงการณ์วิจารณ์การโจมตีอย่างรุนแรงและเตือนถึงผลกระทบต่อเสถียรภาพระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน สหประชาชาติและผู้นำยุโรปส่วนใหญ่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและหลีกเลี่ยงการยกระดับเพิ่มเติม
---
IMCT NEWS
ที่มา ภาพรวม–ไลฟ์สถานการณ์ / บทวิเคราะห์หลัก
CNN live updates: Israel–Iran attack (รวมปฏิบัติการและการตอบโต้)
https://www.cnn.com/world/live-news/israel-iran-attack-02-28-26-hnk-intl
Xinhua: World Insights – Global leaders voice concerns, call for diplomacy
https://english.news.cn/20260301/9aa4d8fc648c447bbb4f1fbde8c624b6/c.html
Times of Israel liveblog 1 มี.ค.: Sirens, การสกัดขีปนาวุธ, การยิงถล่มอิสราเอล–รัฐอ่าว
https://www.timesofisrael.com/liveblog-march-01-2026/
KSAT / Click2Houston: Iran fires missiles at Israel and Gulf states after US-Israeli strike kills Khamenei
https://www.ksat.com/news/world/2026/03/01/iran-fires-missiles-at-israel-and-gulf-states-after-us-israel-strike-kills-khamenei/
https://www.click2houston.com/news/world/2026/03/01/iran-fires-missiles-at-israel-and-gulf-states-after-us-israel-strike-kills-khamenei/
ABC News Australia live blog: Israel and US attack Iran – Khamenei’s death,การตอบโต้ของอิหร่าน
https://www.abc.net.au/news/2026-03-01/us-israel-launches-airstrikes-in-iran-live-blog/106401380
Anadolu Agency: Mourning, protests erupt in Iran after Supreme Leader Khamenei killed
https://www.aa.com.tr/en/middle-east/mourning-protests-erupt-in-iran-after-supreme-leader-khamenei-killed-in-us-israel-strikes/3850396 (พาดหัวอ้างจากผลค้น AA)
ฉากหลัง – ปฏิบัติการโจมตี / การตายของคาเมเนอี / การตอบโต้
Reuters: More strikes aimed at Iran after US, Israeli assault kills supreme leader
https://www.reuters.com/world/middle-east/more-strikes-aimed-iran-after-us-israeli-assault-kills-supreme-leader-2026-03-01/
BBC explainer: What we know about the joint US-Israel attack on Iran
https://www.bbc.com/news/articles/cx2dyz6p3weo
Wikipedia timeline: 2026 Israeli–United States strikes on Iran
https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Israeli%E2%80%93United_States_strikes_on_Iran
Jerusalem Post live updates: Khamenei killed as Israel, US strike Iran
https://www.jpost.com/middle-east/iran-news/2026-02-28/live-updates-888249
CBS News live: U.S.-Israel launch another round of strikes on Iran, Trump says ‘major combat operations’
https://www.cbsnews.com/live-updates/israel-us-attack-iran-trump-says-major-combat-operations/
Al Jazeera: Iran’s Supreme Leader Ali Khamenei dead after US-Israeli attacks
The Guardian analysis/news: Ayatollah Ali Khamenei killed by missile strike on Iran, says Donald Trump
https://www.theguardian.com/us-news/2026/feb/28/khamenei-likely-killed-us-israel-iran-strikes
NPR: Iran's Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei killed by Israel at 86
https://www.npr.org/2026/02/28/1123499337/iran-israel-ayatollah-ali-khamenei-killed
NDTV live: US-Israel Attacks Iran LIVE Updates (รวมการยิงตอบโต้–ระลอกมิสไซล์)
https://www.ndtv.com/world-news/us-israel-attacks-iran-live-updates-explosion-rocks-iran-amid-heightened-nuclear-tensions-with-us-iran-5229891
การโจมตีตอบโต้ของอิหร่าน / ไซเรนในอิสราเอล / เวทีโลก
AP News live: Israel confirms attack on Iran as explosions heard in Tehran
https://apnews.com/live/live-updates-israel-iran-february-28-2026
NBC News live: Iranian Supreme Leader Ali Khamenei is dead (รวม reaction–การตอบโต้)
https://www.nbcnews.com/world/iran/live-blog/israel-iran-live-updates-rcna261099
PBS NewsHour: World leaders react cautiously to U.S. and Israeli strikes on Iran
https://www.pbs.org/newshour/world/world-leaders-react-cautiously-to-u-s-and-israeli-strikes-on-iran
New York Times: Here’s What World Leaders Are Saying About the U.S.-Led Attack on Iran
https://www.nytimes.com/2026/02/28/world/middleeast/iran-attacks-reaction.html
Axios: How world leaders are reacting to U.S.-Israel strikes on Iran
https://www.axios.com/2026/02/28/iran-strike-us-israel-eu-world-leaders
ผลกระทบด้านการบิน–น่านฟ้า
BBC: Flights cancelled as travel warnings issued after strikes on Iran
https://www.bbc.com/news/articles/c0rjpr575g9o
Reuters: US-Iran strikes unleash travel chaos as airlines cancel flights
https://www.reuters.com/world/europe/airlines-suspend-middle-east-flights-after-us-israel-strikes-iran-2026-02-28/
CNBC: Airlines cancel hundreds of flights after U.S., Israeli attacks on Iran
https://www.cnbc.com/2026/02/28/airspace-closure-middle-east-flights-us-strikes.html
Business Insider: Iran strikes have forced at least 145 flight diversions
https://www.businessinsider.com/iran-strikes-flight-diversions-map-2026-2
USA Today: Iran attack by US, Israel leads to travel shutdown in Middle East
https://www.usatoday.com/story/travel/2026/02/28/iran-attack-travel-shutdown-dubai/88916818007/
Asharq Al-Awsat: Airlines Cancel Flights after US, Israel Strikes on Iran
https://english.aawsat.com/world/5245737-airlines-cancel-flights-after-us-israel-strikes-iran
---------------------------------------
สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่าน
สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านในช่วงข้ามคืน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายขีดความสามารถทางทหารของประเทศ และเอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศผ่านวิดีโอแถลงการณ์ช่วงกลางดึก
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีผู้บัญชาการระดับสูงและผู้นำทางการเมืองของอิหร่าน รวมถึงผู้นำสูงสุด Ali Khamenei เพื่อพยายามบ่อนทำลายเสถียรภาพของระบอบการปกครอง ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอล
สื่ออิหร่านรายงานว่ามีการโจมตีทั่วประเทศ และพบเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นจากกรุงเตหะราน
ปฏิบัติการซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ตั้งชื่อว่า “Operation Epic Fury” เริ่มต้นขึ้นทันทีที่เส้นตาย 10 วันที่ทรัมป์ยื่นให้อิหร่านสิ้นสุดลง ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลเรียกปฏิบัติการร่วมนี้ว่า “Lion’s Roar”
ในวิดีโอที่เผยแพร่เวลา 02:30 น. ตามเวลา ET ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่าดำเนิน “การก่อการร้ายครั้งใหญ่” มาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 และประกาศว่า “เราจะไม่ทนอีกต่อไป”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “เราจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขา และถล่มอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง … เราจะทำลายกองทัพเรือของพวกเขา เราจะทำให้แน่ใจว่าตัวแทนก่อการร้ายในภูมิภาคไม่สามารถสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาคหรือในโลก และโจมตีกองกำลังของเราได้อีก และเราจะทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่ได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”
ทรัมป์เดินทางถึงมาร์-อา-ลาโกในคืนวันศุกร์ และยังคงติดตามสถานการณ์ร่วมกับที่ปรึกษาระดับสูง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังหารือว่าเขาจะกล่าวแถลงเพิ่มเติมในวันเสาร์หรือไม่
การตอบโต้ของอิหร่าน
การตอบโต้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเข้าสู่ความขัดแย้งโดยยังไม่ชัดเจนว่าจะยุติลงอย่างไร
ฐานทัพสหรัฐฯ ใน Qatar, Bahrain, Kuwait, Iraq, United Arab Emirates และ Jordan ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านยืนยันว่าอิหร่านกำลังโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รายหนึ่งระบุว่า ณ เวลา 07:10 น. ET ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในฐานทัพสหรัฐฯ
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านอ้างว่า การโจมตีของสหรัฐฯ–อิสราเอลได้พุ่งเป้าไปยังโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่ามีนักเรียนเสียชีวิต 53 คน และบาดเจ็บ 63 คน
ทรัมป์ ซึ่งสวมหมวกสีขาวคำว่า “USA” และยืนที่โพเดียมประธานาธิบดี ยอมรับถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อชาวอเมริกัน หากอิหร่านตอบโต้กลับ
ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวในวิดีโอว่า
“รัฐบาลของผมได้ดำเนินทุกขั้นตอนที่เป็นไปได้เพื่อลดความเสี่ยงต่อบุคลากรสหรัฐฯ ในภูมิภาค”
เขายังเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านอยู่ภายในที่พักระหว่างการทิ้งระเบิด และกล่าวว่า
“เมื่อเราดำเนินการเสร็จสิ้น จงเข้ายึดรัฐบาลของคุณ มันจะเป็นของคุณที่จะยึดครอง นี่อาจเป็นโอกาสเดียวของคุณในหลายชั่วอายุคน”
ในอิสราเอล นายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu แถลงว่า เป้าหมายของปฏิบัติการคือ “ขจัดภัยคุกคามเชิงอัตถิภาวนิยมที่เกิดจากระบอบก่อการร้ายในอิหร่าน”
เขากล่าวขอบคุณทรัมป์สำหรับ “ภาวะผู้นำครั้งประวัติศาสตร์” และเสริมว่า “การปฏิบัติการร่วมของเราจะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนอิหร่านผู้กล้าหาญได้กำหนดชะตากรรมของตนเอง”
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงว่า “สหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายทางทหารและการป้องกันประเทศหลายแห่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ในหลายเมืองทั่วประเทศของเรา”
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi ได้โทรศัพท์หารัฐมนตรีต่างประเทศของ Saudi Arabia, United Arab Emirates, Qatar, Kuwait, Bahrain และ Iraq โดยเตือนประเทศเหล่านี้ไม่ให้อนุญาตให้สหรัฐฯ หรืออิสราเอลใช้ฐานทัพหรือดินแดนของตนเพื่อโจมตีอิหร่าน
อารักชีระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และเป็น “อาชญากรรมชัดเจนต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ” พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะใช้ “ขีดความสามารถด้านการป้องกันและการทหารทั้งหมด” เพื่อตอบโต้
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน Badr al-Busaidi ซึ่งเพิ่งพบกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน และมีบทบาทเป็นคนกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แสดงความผิดหวังผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า “ผมรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง การเจรจาที่จริงจังและมีความคืบหน้าได้ถูกบั่นทอนลงอีกครั้ง สิ่งนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ หรือสันติภาพของโลกเลย”
ขณะเดียวกัน มกุฎราชกุมารอิหร่านในอดีตที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ Reza Pahlavi ซึ่งถือเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่โดดเด่นที่สุด ออกแถลงการณ์เรียกการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็น “การแทรกแซงเพื่อมนุษยธรรม”
เขากล่าวว่า “พวกเราประชาชนชาวอิหร่านจะเป็นผู้ทำภารกิจนี้ให้เสร็จสิ้นในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เวลากลับสู่ท้องถนนกำลังใกล้เข้ามา”
พร้อมเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธและช่วยโค่นล้มระบอบการปกครอง
เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร
ประธานาธิบดี Donald Trump เคยขู่ก่อนหน้านี้ในปีนี้ว่าจะลงโทษรัฐบาลอิหร่าน หากมีการปราบปรามอย่างรุนแรงระหว่างการประท้วงครั้งใหญ่ หลังจากมีผู้ประท้วงหลายพันคนถูกสังหาร ทรัมป์เกือบสั่งการโจมตีในเดือนมกราคม ก่อนจะตัดสินใจชะลอคำสั่งดังกล่าว
ต่อมา เขาได้ส่งผู้แทนคือ Steve Witkoff และ Jared Kushner เข้าร่วมการเจรจานิวเคลียร์หลายรอบกับอิหร่าน ขณะเดียวกันก็เดินหน้าการเสริมกำลังทหารสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำ และเครื่องบินรบกับขีปนาวุธหลายร้อยระบบ
ทั้งสองฝ่ายระบุว่าการเจรจานิวเคลียร์รอบล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์เป็นไปในทางบวก แม้จะยังไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น
ในแถลงการณ์ ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลของเขาได้ “พยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ที่จะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ แต่อิหร่าน “ปฏิเสธ”
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการโจมตี ทรัมป์ได้แสดงความเห็นที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน โดยอธิบายว่ามีภัยคุกคามเร่งด่วนต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ มากกว่าที่หลักฐานที่มีอยู่จะสนับสนุน
เบื้องหลังการตัดสินใจ
ที่ปรึกษาระดับสูงหลายคนของประธานาธิบดี Donald Trump รวมถึงประธานคณะเสนาธิการร่วม พล.อ. Dan Caine ได้เตือนเป็นการส่วนตัวถึงความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งยืดเยื้อ
ผู้นำหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียมีความกังวลอย่างมากว่าอิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศของตน ซึ่งหลายแห่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ
ด้านอิสราเอลผลักดันให้มีปฏิบัติการครั้งใหม่ต่ออิหร่านมาโดยตลอด พร้อมด้วยกลุ่มที่มีจุดยืนแข็งกร้าวในแวดวงของทรัมป์ เช่น วุฒิสมาชิก Lindsey Graham (รีพับลิกัน–เซาท์แคโรไลนา)
แม้ทรัมป์จะกล่าวซ้ำ ๆ ว่าเขาต้องการข้อตกลงมากกว่า แต่ก็ย้ำว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เขาจะหันไปใช้กำลังทหาร
บริบทโดยรวม
ทรัมป์ได้ระดมกำลังทหารจำนวนมหาศาลในภูมิภาค รวมถึงกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีสองกลุ่ม และอากาศยานกับขีปนาวุธโทมาฮอว์กหลายร้อยระบบ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลให้ข้อมูลกับ Axios ว่า ปฏิบัติการใด ๆ มีแนวโน้มจะมีขนาดใหญ่กว่าการโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วอย่างมาก ซึ่งในครั้งนั้นสหรัฐฯ ได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านสามแห่ง ก่อนจะพยายามผลักดันการหยุดยิง โดยทรัมป์อ้างว่าโรงงานเหล่านั้นถูกทำลายแล้ว
หลังการประกาศของประธานาธิบดี วุฒิสมาชิกเกรแฮมโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “จุดจบของผู้สนับสนุนการก่อการร้ายโดยรัฐรายใหญ่ที่สุดกำลังจะมาถึง … ปฏิบัติการครั้งนี้มีความจำเป็นและสมเหตุสมผลมานานแล้ว”
ที่มา Axios
_________________________
อิสราเอลเล็งเป้าคาเมเนอีและผู้นำระดับสูง หวังโค่นล้มระบอบอิหร่าน
กองทัพอากาศอิสราเอลเปิดฉากโจมตีหลายระลอกทั่วอิหร่านเมื่อเช้าวันเสาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสังหารผู้นำสูงสุด Ali Khamenei และผู้นำการเมือง–ทหารระดับสูงคนอื่น ๆ เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับ Axios
สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการทางทหารร่วมขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายเสถียรภาพของระบอบการปกครองอิหร่าน ซึ่งอยู่ในอำนาจมาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979
เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งกล่าวว่า “เป้าหมายคือการสร้างเงื่อนไขทั้งหมดสำหรับการล่มสลายของระบอบอิหร่าน แต่พัฒนาการจะขึ้นอยู่กับว่าประชาชนอิหร่านจะลุกขึ้นมามากน้อยเพียงใด”
เป้าหมายการโจมตี
เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า เป้าหมายครอบคลุมผู้นำอิหร่านทั้งหมด ทั้งฝ่ายการเมืองและทหาร ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีรายงานว่าที่พำนักและศูนย์ราชการของคาเมเนอีถูกโจมตีด้วย
บุคคลที่ตกเป็นเป้าหมาย ได้แก่:
ประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian
ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) Mohammad Pakpour
ที่ปรึกษาความมั่นคงระดับสูงของคาเมเนอี Ali Shamkhani
อดีตประธานาธิบดี Mahmoud Ahmadinejad
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีของอเมริกามุ่งเป้าไปที่โครงการขีปนาวุธและแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่การโจมตีของอิสราเอลมุ่งทั้งการกำจัดผู้นำระดับสูงและทำลายโครงการขีปนาวุธ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่ายังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าผู้นำอิหร่านคนใดเสียชีวิต และต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการประเมินผล ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิหร่านให้ข้อมูลกับ Reuters ว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายตกเป็นเป้าการโจมตี
ถ้อยแถลงจากผู้นำ
ในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อเช้าวันเสาร์ นายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu กล่าวว่า “ปฏิบัติการร่วมของเราจะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนอิหร่านผู้กล้าหาญได้กำหนดชะตากรรมของตนเอง”
เขายังกล่าวเรียกร้องให้ประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซีย เคิร์ด อาเซอรี บาลูชี และอาหวาซี ลุกขึ้นปลดแอกจาก “แอกแห่งทรราช” และสร้างอิหร่านที่เสรีและใฝ่สันติ
ด้านประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวในวิดีโอของตนว่า ขอให้ประชาชนอิหร่านอยู่ในที่พักอาศัยระหว่างการทิ้งระเบิด และกล่าวว่า
“เมื่อเราดำเนินการเสร็จสิ้น จงเข้ายึดรัฐบาลของคุณ มันจะเป็นของคุณที่จะยึดครอง นี่อาจเป็นโอกาสเดียวของคุณในหลายชั่วอายุคน”
เขาเรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้น “ควบคุมชะตากรรมของตนเอง” และคว้าโอกาสสู่อนาคตที่รุ่งเรือง โดยระบุว่า “นี่คือช่วงเวลาแห่งการลงมือทำ อย่าปล่อยให้มันผ่านไป”
ที่มา Axios
_____________________________
IRGC เปิดฉากถล่มตอบโต้ฐานทัพสหรัฐทั่วไปในตะวันออกกลาง
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่พุ่งเป้าไปยังหลายเมืองในอิหร่าน รวมถึงกรุงเตหะราน
สื่อภาษาอาหรับรายงานว่า ขีปนาวุธของอิหร่านพุ่งเป้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ใน Bahrain, Qatar และ United Arab Emirates
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีขีปนาวุธหลายลูกตกใส่ฐานทัพในเขตจาฟีร์ของบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ขณะที่ทางการบาห์เรนระบุว่า ศูนย์บริการของกองเรือที่ 5 แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้รับความเสียหาย
เครือข่ายข่าว Al Jazeera รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังหลายครั้งในกรุงคูเวตซิตี และมีการเปิดไซเรนเตือนภัยขีปนาวุธ
มีรายงานว่า ฐานทัพอากาศอาลี อัล-ซาเลม ทางตะวันตกของเมืองหลวงคูเวตตกเป็นเป้าหมายโจมตีด้วย นอกจากนี้ ฐานทัพอากาศ Al Udeid Air Base ในกรุงโดฮาก็ถูกโจมตีเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ในเช้าวันเสาร์ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน โดยพบเห็นกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นเหนือกรุงเตหะรานหลังเกิดแรงระเบิด และยังมีรายงานเหตุระเบิดในเมืองอิสฟาฮาน โกม คาราจ ตาบริซ และเคอร์มันชาห์
ประธานาธิบดี Donald Trump และกองทัพอิสราเอลยืนยันการเริ่มต้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศดังกล่าว
ที่มา Press TV
_______________________________
สงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านเสี่ยงจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจโลก – ผู้เชี่ยวชาญเตือน
การสู้รบในอ่าวเปอร์เซียอาจ “บีบรัด” ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญของการค้าพลังงานโลก ทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ดร.ไอมาน โอมาร์ นักวิชาการชาวเลบานอนด้านเศรษฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับ Sputnik
วิกฤตราคาน้ำมัน
ความเสี่ยงดังกล่าวอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจแตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากเกิดวิกฤตยืดเยื้อและการผลิตน้ำมันหยุดชะงัก
เส้นทางขนส่งน้ำมันทางเลือก เช่น ท่อส่งจาก Saudi Arabia และ United Arab Emirates ไม่สามารถชดเชยปริมาณน้ำมันที่หายไปได้ หาก Strait of Hormuz ถูกปิด
การปรับขึ้นของราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงราว 1% และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะผลักดันให้นักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ
วิกฤตอาหาร
Iran และประเทศอื่น ๆ ในอ่าวเปอร์เซียมีบทบาทสำคัญในตลาดปิโตรเคมีและปุ๋ยของโลก
ดังนั้น หากการส่งออกสินค้าเหล่านี้สะดุด จะทำให้ต้นทุนการผลิตภาคเกษตรเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในเอเชียและแอฟริกา
ขณะเดียวกัน รายงานสื่อล่าสุดระบุว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หยุดชะงักลงแล้ว
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2027746666707558841