.
“โลกแบ่งขั้ว” หลัง สหรัฐฯ–อิสราเอล โจมตีอิหร่าน
'รัสเซีย–จีนเตือนเสี่ยงความขัดแย้งลุกลาม' ชาติอาหรับประณามละเมิดอธิปไตย -พันธมิตรตะวันตกย้ำกรอบ “โจมตีจำกัดเป้า”
28-2-2026
จากกรณีสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารในอิหร่านหลายเมือง รวมถึงกรุงเตหะราน เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น ปฏิบัติการครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง และกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกออกมาแสดงท่าทีอย่างชัดเจน แบ่งขั้วระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนการใช้กำลัง กับฝ่ายที่ประณามและเรียกร้องให้ยุติการยกระดับ
ท่าทีวันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2569)
สหรัฐฯ: ทรัมป์ยืนยัน "ปฏิบัติการใหญ่และดำเนินต่อเนื่อง"
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงผ่านวิดีโอบนโซเชียลมีเดียยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้เปิด "ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่และดำเนินต่อเนื่อง" (massive and ongoing military operation) ในอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ป้องกันไม่ให้ระบอบเผด็จการที่ชั่วร้ายและหัวรุนแรงนี้ คุกคามอเมริกาและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติที่สำคัญของเรา" พร้อมย้ำว่า "เราจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขา และรื้อถอนอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง"
ทรัมป์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านพยายามฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์หลังการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และระบุว่า "พวกเขาปฏิเสธทุกโอกาสที่จะยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ และเราไม่สามารถทนต่อสิ่งนี้ได้อีกต่อไป"
ในแถลงการณ์ล่าสุด ทรัมป์เรียกร้องให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยอิหร่านวางอาวุธ โดยสัญญาว่า "พวกคุณจะได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมพร้อมการให้อภัยโดยสมบูรณ์ หรือจะเผชิญหน้ากับความตายอย่างแน่นอน" และเตือนว่า "เราจะทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาจนราบเป็นหน้ากลอง และทำลายกองทัพเรือของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง"
อิสราเอล: ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยัน "โจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า"
รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัทซ์ ยืนยันว่าอิสราเอลได้ดำเนิน "การโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า" (pre-emptive strike) ต่ออิหร่าน ในการประสานงานกับกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมาย "เพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล"
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้มีเจตนา "กำจัดภัยคุกคามที่เป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่" (eliminate an existential threat) และขอบคุณทรัมป์สำหรับ "ความเป็นผู้นำที่สำคัญในช่วงเวลาวิกฤตนี้" พร้อมระบุว่า "อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มภารกิจเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ระบอบผู้ก่อการร้ายอิหร่านสร้างขึ้น"
อิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ปิดโรงเรียน สถานที่ทำงาน และน่านฟ้าของประเทศ เพื่อเตรียมรับมือการโจมตีตอบโต้จากอิหร่าน โดยกองทัพอิสราเอลได้กระตุ้นสัญญาณเตือนภัยทางอากาศในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยิงขีปนาวุธตอบโต้
อิหร่าน: ประณาม "การรุกราน" เตรียมตอบโต้
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบัส อาราคชี ประกาศว่าการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็น "การกระทำสงคราม" (act of war) และอิหร่านจะตอบโต้การรุกรานจากทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล แม้ว่าจนถึงขณะนี้อิหร่านยังไม่เปิดเผยรายละเอียดรูปแบบการตอบโต้อย่างชัดเจน
ท่าทีก่อนหน้าและบริบท (ใช้เป็นกรอบวิเคราะห์)
รัสเซีย–จีน: เตือนเสี่ยงความขัดแย้งระดับโลก
รัสเซียและจีนเคยออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านในปฏิบัติการครั้งก่อน (มิถุนายน 2568) ว่าเป็น "การยกระดับที่ไม่มีเหตุผลและไม่มีข้ออ้าง" ซึ่งเสี่ยงผลักดันโลกเข้าสู่ "จุดเปลี่ยนที่อันตราย"
ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน เคยกล่าวว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ "ไม่มีมูลความจริงและไม่มีข้ออ้างอย่างสิ้นเชิง" และย้ำว่า "การรุกรานอิหร่านที่ไม่มีเหตุผลอย่างสมบูรณ์นี้ ไม่มีพื้นฐานและไม่มีข้ออ้าง" พร้อมสัญญาว่ามอสโกจะ "พยายามช่วยเหลือประชาชนอิหร่าน" แม้จะไม่ระบุรายละเอียดชัดเจน
จีนเตือนว่า "การกระทำของสหรัฐฯ ละเมิดวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงยิ่งขึ้น" โดยเฉพาะการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA ซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามจริงต่อเสถียรภาพในภูมิภาค
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และปูติน เคยพูดคุยทางโทรศัพท์และตกลงร่วมกันว่า "การแก้ปัญหาด้วยทหารไม่สามารถใช้ได้กับสถานการณ์และประเด็นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และต้องแก้ไขผ่านช่องทางการเมืองและการทูตเท่านั้น"
ชาติอาหรับ–มุสลิม: ประณามละเมิดอธิปไตย หวั่นภูมิภาคปั่นป่วน
ซาอุดีอาระเบีย ประกาศ "ติดตามสถานการณ์ในอิหร่านด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านโดยสหรัฐอเมริกา" และย้ำเนื้อหาในแถลงการณ์เมื่อ 13 มิถุนายน 2568 ที่ "ประณามและต่อต้านการละเมิดอธิปไตยของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน"
ตุรกี แสดง "ความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อผลที่ตามมาที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน" และเตือนว่า "ความขัดแย้งในภูมิภาคอาจยกระดับไปสู่ระดับโลก"
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศอ่าวอื่น ๆ เคยแสดงความกังวลและเรียกร้องให้หันกลับสู่การทูต โดยซาอุฯ และ UAE เคยระบุชัดเจนว่าจะ "ไม่ให้ความช่วยเหลือการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ" และ "ไม่อนุญาตให้ใช้น่านฟ้าหรือดินแดนของตนเองในการโจมตี" เนื่องจากกลัวถูกอิหร่านโจมตีตอบโต้
อย่างไรก็ตาม สื่อรายงานว่า ซาอุฯ ได้เปลี่ยนท่าทีเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยส่งสาส์นไปยังวอชิงตันว่า "จะไม่ขัดขวางการโจมตีของสหรัฐฯ อีกต่อไป" หลังจากแรงกดดันจากอเมริกาเพิ่มขึ้น และการรับรู้ว่าเตหะรานกำลังผัดผ่อนการเจรจา แม้จะยังไม่พร้อมเข้าร่วมการโจมตีโดยตรง
องค์กรระหว่างประเทศและสหประชาชาติ: เรียกร้อง "การทูตต้องชนะ"
เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตียร์เรส เคยเตือนหลังปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบก่อนว่า สถานการณ์เป็น "จุดเปลี่ยนที่อันตรายอย่างยิ่ง" และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการโจมตีและกลับสู่การเจรจาทางการทูต โดยเน้นว่า "การทูตต้องชนะเหนือการใช้กำลังทางทหาร" (diplomacy must prevail)
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเคยจัดการประชุมฉุกเฉินหลายครั้งเกี่ยวกับสถานการณ์อิหร่าน โดยตัวแทนสหรัฐฯ เตือนว่า "ทุกทางเลือกอยู่บนโต๊ะ" (all options are on the table) ขณะที่ตัวแทนอิหร่านเตือนว่า "อิหร่านไม่แสวงหาการยกระดับหรือการเผชิญหน้า แต่การรุกรานใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จะได้รับการตอบโต้อย่างเด็ดขาดและถูกต้องตามกฎหมาย ตามข้อ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ"
องค์กรพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของสถานที่นิวเคลียร์ในอิหร่าน และเตือนว่าการโจมตีใกล้หรือใส่โครงสร้างนิวเคลียร์ไม่เพียงเสี่ยงต่อชาวอิหร่าน แต่ยังอาจสร้างผลกระทบข้ามพรมแดนในระดับภูมิภาค
สหภาพยุโรป: ท่าทีอ่อน ถูกวิพากษ์ว่า "ละทิ้งหลักการ"
สหภาพยุโรปเคยออกมาติดป้ายกองกำลังปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เป็น "องค์กรก่อการร้าย" ท่ามกลางการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านเกี่ยวกับการปราบปรามผู้ประท้วงและโครงการนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์วิพากษ์ว่า ท่าทีของ EU ต่อการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ "อ่อนแอและละทิ้งหลักการ" โดย EU พยายาม "เอาใจประธานาธิบดีที่แทบไม่รู้ว่า EU มีอยู่" และไม่กล้าออกมาคัดค้านการใช้กำลังของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน
ความเสี่ยงและฉากต่อไป
นักวิเคราะห์จาก Council on Foreign Relations (CFR) และสถาบันด้านความมั่นคงชี้ว่า ปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่านครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการความมั่นคงในตะวันออกกลาง หากอิหร่านเลือกตอบโต้ด้วยการขยายแนวรบหลายด้านผ่านกลุ่มตัวแทน เช่น ฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มติดอาวุธชีอะห์ในซีเรียและอิรัก หรือการโจมตีเส้นทางเดินเรือพลังงานในอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดง
ความเสี่ยงสำคัญประกอบด้วย:
การโจมตีตอบโต้โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซ ซึ่งอาจกระทบตลาดพลังงานโลก
การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรในอิรัก ซีเรีย และประเทศอ่าว
การที่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง หากดินแดนหรือน่านฟ้าของตนถูกใช้หรือถูกโจมตีตอบโต้
การลุกลามเป็นความขัดแย้งวงกว้างระหว่างแกนตะวันตก กับแกนรัสเซีย–จีน–อิหร่าน
---
IMCT NEWS
ลิงก์ข่าวอ้างอิงหลัก
ข่าววันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2569):
Al Jazeera liveblog: US, Israel attack Iran live: Trump announces 'major combat operations'
https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/2/28/live-israel-launches-attacks-on-iran-multiple-explosions-heard-in-tehran
CNN: US and Israel carrying out strikes against Iran
https://www.cnn.com/world/live-news/israel-iran-attack-02-28-26-hnk-intl
CNN: Israel launches strike against Iran, declares state of emergency across country
https://www.cnn.com/2026/02/28/middleeast/israel-attack-iran-intl-hnk
The New York Times: U.S. and Israel Strike Iran: Live Updates
https://www.nytimes.com/live/2026/02/28/world/iran-strikes-trump
BBC News: US and Israel launch attack on Iran, as Trump says 'major combat operations' under way
https://www.bbc.com/news/live/cn5ge95q6y7t
The Guardian live: Israel attacks Iran as blasts heard in Tehran
https://www.theguardian.com/world/live/2026/feb/28/israel-attacks-iran-as-blasts-heard-in-tehran-live-updates
The Guardian: Israel launches attack on Iran as explosions heard in Tehran
https://www.theguardian.com/world/2026/feb/28/israel-launches-attack-on-iran-as-explosions-heard-in-tehran
Reuters: Israel has launched preventative attack against Iran, defence minister says
https://www.reuters.com/world/middle-east/israel-has-launched-preventative-attack-against-iran-defence-minister-says-2026-02-28/
CNBC: Israel says it has attacked Iran, declares state of emergency
https://www.cnbc.com/2026/02/28/trump-us-military-iran-strikes-middle-east-oil.html
Wikipedia: 2026 Israeli–United States strikes on Iran
https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Israeli%E2%80%93United_States_strikes_on_Iran
ท่าทีนานาชาติและบริบท:
Al Jazeera: US attacks on Iran risk global conflict, Russia and China warn (มิ.ย. 2568)
https://www.aljazeera.com/news/2025/6/23/us-attacks-on-iran-risk-global-conflict-russia-and-china-warn
Mundo Deportivo: China and Russia condemn U.S. strikes on Iran in strong statement (มิ.ย. 2568)
https://www.mundodeportivo.com/us/en/20250622/725029/china-and-russia-condemn-u-s-strikes-on-iran-in-strong-last-minute-statemen
Reuters: Putin and Xi condemn Israel over its Iran strikes in phone call (มิ.ย. 2568)
https://www.reuters.com/world/china/russias-putin-chinas-xi-condemn-israel-over-its-iran-strikes-phone-call-kremlin-2025-06-19/
Al Monitor: Turkey airs 'deep concern' as Saudi Arabia, Russia condemn US strikes in Iran (มิ.ย. 2568)
https://www.al-monitor.com/originals/2025/06/turkey-airs-deep-concern-saudi-arabia-russia-condemn-us-strikes-iran
CFR Global Conflict Tracker: Iran's Conflict With Israel and the United States
https://www.cfr.org/global-conflict-tracker/conflict/confrontation-between-united-states-and-iran
UN News: Security Council LIVE: UN raises alarm over deadly Iran protests (ม.ค. 2569)
https://news.un.org/en/story/2026/01/1166769