.
จีน-UAE อ่วม!ทรัมป์สั่งลุยภาษี 25% บีบชาติพันธมิตรเลิกคบหาอิหร่าน สะเทือนข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐฯ และความเชื่อมั่น G7
14-1-2026
Bloomberg รายงานว่า ประเทศจีน (China) และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates หรือ UAE) ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศอิหร่าน (Iran) กำลังกลายเป็นกลุ่มประเทศที่อยู่ในลำดับสูงสุดของรายชื่อผู้ที่เสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากการข่มขู่ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่จะจัดเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 25%
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ประกาศว่าเขาจะบังคับใช้มาตรการภาษี 25% ต่อสินค้าจากนานาประเทศที่ยังคงดำเนินธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งคำประกาศนี้ยังส่งผลกระทบไปถึงบรรดาประเทศพันธมิตรในยุโรปของประเทศสหรัฐฯ (US) ด้วยเช่นกัน
มาตรการดังกล่าว ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ระบุว่าจะมีผลบังคับใช้ "ในทันที" มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อโดดเดี่ยวและเพิ่มแรงกดดันต่อระบอบการปกครองของ ผู้นำสูงสุดอาญาโตลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ในขณะที่รัฐบาลเตหะรานกำลังใช้กำลังปราบปรามการประท้วงทั่วประเทศที่ดำเนินมานานกว่าสองสัปดาห์ โดยผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงอย่างเปิดเผย และก่อนหน้านี้ได้ออกมาข่มขู่หลายครั้งโดยไม่ระบุรายละเอียดว่าจะเข้าแทรกแซงสถานการณ์
ในส่วนของประเทศจีน (China) ซึ่งเพิ่งบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้ากับประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของกรุงเตหะราน (Tehran) โดยข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund หรือ IMF) ระบุว่ามูลค่าการค้าระหว่างกันในปี 2024 อยู่ที่ 1.78 หมื่นล้านดอลลาร์ และอิหร่านยังส่งออกน้ำมันเกือบ 90% ของทั้งหมดไปยังประเทศจีน
ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตามมาเป็นอันดับสองด้วยมูลค่าการค้า 1.61 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะทิ้งห่างจากอันดับสามอย่างประเทศตุรกี (Turkey) ซึ่งมีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 8.8 พันล้านดอลลาร์
ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศในยุโรปก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยมูลค่าการค้าของอิหร่านกับประเทศเยอรมนี (Germany) และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) รวมกันอยู่ที่เกือบ 3.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วนประเทศอินเดีย (India) ซึ่งเป็นอีกประเทศที่กำลังมีปัญหาขัดแย้งกับรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) ในเรื่องการค้า อยู่ในอันดับที่สี่ของรายชื่อประเทศที่มีมูลค่าการค้าสูงกับอิหร่าน ขณะที่ประเทศอุซเบกิสถาน (Uzbekistan) ซึ่งเพิ่งมีการประกาศข้อตกลงทางการค้าและเศรษฐกิจกับประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ในเดือนพฤศจิกายน มีมูลค่าการค้ากับอิหร่านในปี 2024 อยู่ที่ 1.3 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่ารายการธุรกรรม สินค้า หรือองค์กรใดที่จะต้องถูกจัดเก็บภาษี รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนในวิธีการบังคับใช้ ทั้งนี้ ข้อมูลการค้าของอิหร่านมักมีความคลุมเครือ เนื่องจากทางการเผยแพร่สถิติอย่างจำกัดเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และมีการดำเนินเส้นทางการค้าผ่านประเทศที่สาม
วิกฤตการประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากค่าเงินดรอปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลส่วนหนึ่งมาจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นความท้าทายที่รุนแรงและใหญ่ที่สุดต่อการปกครองของคาเมเนอี (Khamenei) จนดึงดูดความสนใจจากผู้นำทั่วโลกและส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
ทางด้าน นายฟรีดริช แมทซ์ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้กลายเป็นผู้นำคนแรกในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 (Group of Seven) ที่ออกมาคาดการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถึงการล่มสลายของระบอบการปกครองอิหร่าน โดยระบุว่าขณะนี้รัฐบาลอิหร่านกำลังอยู่ใน "ช่วงวันสุดท้าย" แล้ว
ในขณะนี้ ทางฝั่งประเทศจีน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ตุรกี และอินเดีย ยังคงไม่มีการแสดงความคิดเห็นต่อมาตรการที่ประธานาธิบดีทรัมป์นำเสนอในครั้งนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-13/china-uae-lead-list-of-those-at-risk-from-trump-s-iran-tariff