.
ดีลพลังงาน 'รัสเซีย–เมียนมา' เปิดทางมอสโกขยายตลาดในเอเชีย ผ่านเมียนมา 'ตั้งเป้าเป็นฮับ' พลังงานอาเซียน
24-4-2026
Russia's Pivot to Asia รายงานว่า ประเทศเมียนมา (Myanmar) และประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MoC) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในภาคส่วนไฟฟ้าและพลังงาน โดยมุ่งเน้นที่การจัดหาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมระยะยาวจากรัสเซีย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่สำคัญท่ามกลางภาวะวิกฤตพลังงานที่รุนแรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานของเมียนมา และบริษัท RC Investments ของรัสเซีย โดยมี นายอู โก โก ลวิน (U Ko Ko Lwin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากการหารืออย่างเป็นทางการในกรุงมอสโก (Moscow) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การนำเข้าน้ำมันดิบ, ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG), ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG), ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูป โดยเน้นย้ำเรื่องราคาที่เหมาะสม ประกันคุณภาพ และความปลอดภัยในการขนส่ง
การปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้า: รากฐานของอำนาจรัฐ
เมียนมาที่มีประชากร 55 ล้านคน และมี GDP (PPP) ประมาณ 4.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตไฟฟ้าอย่างหนัก อัตราการเข้าถึงไฟฟ้าในชนบทลดต่ำลงเหลือเพียง 50% และในเมืองใหญ่อย่างย่างกุ้ง (Yangon) ต้องเผชิญกับการตัดไฟหมุนเวียนนานถึง 8-12 ชั่วโมงต่อวัน ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงถึง 4-5 กิกะวัตต์ แต่ความสามารถในการผลิตจริงลดลงเหลือไม่ถึง 3 กิกะวัตต์ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชิงโครงสร้างสูงถึง 40%
ภายใต้ความร่วมมือนี้ รัฐบาลเมียนมาได้หารือกับบริษัท Inter RAO ของรัสเซีย เพื่อดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงกลั่นน้ำมัน และคลัง LNG ที่ท่าเรือน้ำลึกทวาย (Dawei) รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลของรัสเซียมาใช้ในการจัดการโครงข่ายไฟฟ้า (Digital Grid Management) แบบเรียลไทม์เพื่อลดการสูญเสียในระบบส่งไฟฟ้าที่มีสูงกว่า 20% ซึ่งหากลดลงเหลือ 15% จะเท่ากับได้พลังงานเพิ่มขึ้นหลายร้อยเมกะวัตต์โดยไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
ความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและภาคเกษตรกรรม
จากสถานการณ์ที่ราคา LNG โลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ในช่วงปี 2025-2026 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเมียนมาที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง ภาวะขาดแคลนน้ำมันทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินและราคาตั๋วพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมซึ่งกว่า 80% พึ่งพาเครื่องจักร ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันดีเซล
นอกจากพลังงานฟอสซิล รัสเซียยังเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมปุ๋ย ซึ่งเมียนมามีความต้องการใช้สูงกว่า 2 ล้านตันต่อปี โดยบริษัทชั้นนำของรัสเซีย เช่น Uralkali และ EuroChem ได้เห็นโอกาสในการเจาะตลาดเมียนมาที่เดิมพึ่งพาการนำเข้าจากจีนถึง 78% ล่าสุดได้มีการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตปุ๋ยน้ำทางใบ (Foliar spray) ร่วมทุนระหว่างรัสเซียและเมียนมาในกรุงเนปิดอว์ (Nay Pyi Taw) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2025
เมียนมาในฐานะ ‘ฮับ’ ทางยุทธศาสตร์
พลังงานไม่ใช่แค่เรื่องการผลิต แต่คือการเคลื่อนย้าย ยุทธศาสตร์ของรัสเซียที่หันมาหาเอเชีย (Pivot to Asia) ได้เปลี่ยนทิศทางกระแสพลังงานโลก ท่าเรือในตะวันออกไกลของรัสเซียสามารถส่งสินค้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ภายใน 10-14 วัน การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย (Dawei) ริมทะเลอันดามันจะเปิดทางให้เมียนมาเข้าถึงมหาสมุทรอินเดียและตลาดหลักในภูมิภาค
นอกจากนี้ เมียนมายังมีโครงสร้างพื้นฐานท่อส่งน้ำมันและก๊าซที่เชื่อมต่อไปยังมณฑลยูนนาน (Yunnan) ของจีน ซึ่งช่วยให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่าเรือจอกพยู (Kyaukphyu) ไปยังจีนได้ประมาณ 70,000 บาร์เรลต่อวัน ความร่วมมือนี้อาจเปลี่ยนเมียนมาจากการเป็นรัฐที่ขาดแคลนพลังงาน ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งพลังงานของอาเซียน (ASEAN regional transit hub) ที่มีศักยภาพในการส่งออกไปยังบังกลาเทศ อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ ไทย และเวียดนาม
ความร่วมมือด้านนิวเคลียร์และพลังงานสะอาด
บริษัท Rosatom ของรัสเซียกำลังนำร่องในการพัฒนาเทคโนโลยีไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานลม และเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์ปรมาณูแบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor - SMR) โดยมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขึ้นในย่างกุ้งแล้ว
บทสรุป:สถาปัตยกรรมแห่งอำนาจ
ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างรัสเซียและเมียนมาไม่ใช่เพียงแค่การซื้อขายชั่วคราว แต่คือการสร้าง "สถาปัตยกรรมแห่งอำนาจ" (Architecture of power) สำหรับเมียนมา นี่คือเส้นทางออกจากวิกฤตที่วางอยู่บนรากฐานของโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคง และอธิปไตย ส่วนสำหรับรัสเซีย นี่คือการขยายอิทธิพลทางยุทธศาสตร์เข้าสู่ภูมิภาคที่มีการเติบโตทางพลังงานรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในปี 2024 การค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้น 40% แตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้ระบบการชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรจากตะวันตก
---
IMCT NEWS
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/russia-and-myanmar-sign-energy-cooperation-agreement-analysis/