.
และแล้ววันนี้ก็มาถึง นี่เป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียว: อินโดนีเซียเพิ่งประกาศว่าจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา
24-4-2026
น่านน้ำแคบๆ แห่งนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดในโลก มีการขนส่งสินค้าเกือบหนึ่งในสามของการค้าโลก รวมถึงน้ำมันจำนวนมหาศาล
สิงคโปร์ไม่พอใจอย่างมาก พวกเขากล่าวว่าการกระทำนี้จะทำลายเสรีภาพในการเดินเรือและคุกคามการค้าโลก
อินโดนีเซียตอบโต้ว่า "นี่คือน่านน้ำของเรา จ่ายค่าธรรมเนียมหรือหาเส้นทางอื่น"
นี่อาจเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกไปอย่างสิ้นเชิง คำถามที่ทุกคนถามตอนนี้คือ ใครกันแน่ที่ควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญเหล่านี้?
อินโดนีเซียมีสิทธิ์ที่จะอ้างสิทธิ์ในน่านน้ำชายฝั่งของตน.. #ก่อนที่โจรสลัดอเมริกันจะเข้ามา
อ้างอิง: ความขัดแย้งเรื่องค่าผ่านทางเรือในมะละกาเริ่มปรากฏชัดระหว่างอินโดนีเซียและสิงคโปร์ - Yahoo News Singapore
ที่มา https://sg.news.yahoo.com/malacca-ship-tolls-divide-emerges-between-indonesia-singapore-053002722.html
เท้าความเดิมตอนที่แล้ว: เช้าตรู่ วันที่ 21 เมษายน เราให้ข้อมูลไว้ดังนี้...
ในอินโดนีเซีย แคมเปญที่มีอิทธิพลของอิหร่านกำลังได้รับความนิยม โดยเรียกร้องให้มีความรู้สึกทางศาสนาและต่อต้านการล่าอาณานิคม
จาการ์ตา อินโดนีเซีย ระบุว่าหากสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อและความรู้สึกต่อต้านอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น #จะเป็นอันตรายต่อความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ
นั้นหมายความว่า ความร่วมมือที่จาการ์ตาจะร่วมปิดช่องแคบมะละการ่วมกับอเมริกากำลังเบาบางลงทุกวัน
ถ้าเป็นแบบนี้ ทำเนียบขาว.. จะหันมาบีบไทย -สิงคโปร์ ในความร่วมมือปิดช่องแคบมะละกา.. แทนอินโดนีเซีย
ที่มา https://www.facebook.com/share/p/1T6p3GqFQW/
ข้อมูลสองวันก่อนของเรา + ข่าวความเคลื่อนไหวจากรัฐบาลจาการ์ตา = อินโดนีเซียชิงความได้เปรียบในขณะที่กองทัพอเมริกาส่อแววไปไม่รอด ไม่มีแรงมากพอที่จะบีบบังคับให้เขาทำตามต้องการเรื่อง 'ช่องแคบมะละกา'
จาการ์ตา... ไม่ได้ดำเนินการเพื่อสนองนโยบายทรัมป์ ไม่ใช่อย่างแน่นอน
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า: จาการ์ตามีแนวความคิด "#แกนทางทะเลของโลก" หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของอินโดนีเซียให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลระดับโลก แนวคิดนี้ จะเทียบได้กับ การเปิดเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 หรือหุ้นส่วนทรานส์แปซิฟิค
อนึ่ง รัสเซียจะมีท่าเทียบเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ที่นี่ แนวคิดนี้ถูกปูทางมาหลายปีแล้วเหมือนกัน จริงๆเคยเล่าให้ฟังแล้ว สิงคโปร์จะร่วมมือกับอเมริกาบีบไทยเพื่อให้ความร่วมมือทางการทหาร.. แม้อเมริกาจะไม่มีฐานทัพในไทยเหมือนในอดีต.. แต่ไทยกับสหรัฐอเมริกามีสนธิสัญญาบันทึกข้อตกลงที่ทำให้อเมริกาเข้าถึงฐานทัพของไทยได้
และ.. ถ้า แบคอัพของจาการ์ตาเข้มแข็งมาก ระวังการใช้นิวเคลียร์ทั้งในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
1) ใช้กับอิหร่าน
2) ใช้เพื่อสร้าง 'คลองไทย' อย่างเร่งด่วน อย่างที่กองทัพญี่ปุ่นเคยดำริจะทำเมื่อสงครามโลกครั้งที่แล้ว
อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน
1) เปลี่ยนระบอบการปกครอง และยึดยูเรเนียมของอิหร่าน
2) เปลี่ยนผู้นำสหรัฐอเมริกาด้วยกฏหมายที่มี หรือ ด้วยกำลังทางทหาร
3) ไม่ว่าจะข้อใดเกิดขึ้น ล้วนส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงใน 'ช่องแคบมะละกา' และ 'คลองไทย' ทั้งสิ้น
---------------------------------
อินโดนีเซียยัน 'ไม่เก็บค่าผ่านทางช่องแคบมะละกา' ย้ำยึดกฎหมายทะเลสากล UNCLOS เคลียร์ดราม่าหลัง รมต.คลังพูดเล่นเลียนแบบช่องแคบฮอร์มุซ
24-4-2026
The Jakarta Globe รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียยืนยันว่า ไม่มีแผนเก็บค่าธรรมเนียมเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา หลัง ปูร์บายา ยูดี ซาเดวา (Purbaya Yudhi Sadewa) รัฐมนตรีคลัง กล่าวเชิงล้อเล่นว่าจาร์ตาอาจตั้ง “ด่านเก็บค่าทางด่วน” แบบที่อิหร่านใช้กับช่องแคบฮอร์มุซ จนสร้างความกังวลในภูมิภาค สุกีโยโน (Sugiono) รัฐมนตรีต่างประเทศ ชี้แจงต่อสื่อว่าแนวคิดดังกล่าว “ไม่อยู่ในวาระ” ของรัฐบาล และย้ำว่าอินโดนีเซียต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งถือว่าการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่ใช้สิทธิการเดินเรือผ่านช่องแคบเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
ปูร์บายา (Purbaya) เพิ่งกลายเป็นข่าวพาดหัวจากการระบุว่าอินโดนีเซียอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ใช้ช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญที่มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซีย (Malaysia), ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) และประเทศไทย (Thailand) โดยรัฐมนตรีผู้นี้ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านการพูดจาขวานผ่าซาก ได้กล่าวประโยคดังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายและปิดท้ายด้วยคำพูดว่า: “ถ้าเพียงแต่มันเป็นไปได้ แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น” อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวได้จุดกระแสตอบรับอย่างรวดเร็ว รวมถึงจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดอย่างกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur)
ซูกิโอโน (Sugiono) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนภายหลังการให้การต้อนรับ มาเรีย เทเรซา ลาซาโร (Maria Theresa Lazaro) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) โดยยืนยันว่าไม่มีแผนสำหรับการจัดเก็บภาษีในช่องแคบมะละกา พร้อมอ้างถึงการดำเนินการที่ต้องสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งเป็นกฎหมายทะเลสากลที่มีผลบังคับใช้มานานหลายทศวรรษ และระบุว่าการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการผ่านทางนั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
“ในฐานะรัฐหมู่เกาะ เราต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ นั่นคือ UNCLOS กฎหมายฉบับนี้ยอมรับอินโดนีเซียในฐานะรัฐหมู่เกาะ โดยมีเงื่อนไขว่าเราจะต้องไม่จัดเก็บค่าธรรมเนียม [จากเรือที่สัญจรผ่าน]” ซูกิโอโน (Sugiono) กล่าวในกรุงจาการ์ตา (Jakarta) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
“เราหวังว่าจะเป็นการผ่านทางที่เสรี ในฐานะประเทศแห่งการค้า เราสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือ ผมเชื่อว่ามีความมุ่งมั่นจากหลายประเทศในการสร้างเส้นทางการเดินเรือที่เสรี เป็นกลาง และสนับสนุนซึ่งกันและกัน ดังนั้น ไม่เลย อินโดนีเซียไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะ [บังคับเก็บค่าผ่านทาง] นั่นเป็นสิ่งที่ผิด”
ทางด้าน โมฮาหมัด ฮาซัน (Mohamad Hasan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย เตือนว่าการดำเนินการใดๆ ในเส้นทางน้ำที่มีความยาวกว่า 900 กิโลเมตรนี้ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้ง 4 ประเทศชายฝั่ง “มันไม่สามารถทำได้โดยฝ่ายเดียว” โมฮาหมัด (Mohamad) กล่าวตามรายงานของหนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทม์ส (Straits Times) ของสิงคโปร์
ขณะที่ วิเวียน บาลากริชนัน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า การสัญจรผ่านเส้นทางน้ำไม่ใช่ “เอกสิทธิ์ที่จะได้รับอนุญาตจากรัฐชายฝั่ง”
ปัจจุบันช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) แบกรับสัดส่วนการค้าทางทะเลเกือบ 22% ของโลก ท่ามกลางความสับสนเรื่องค่าผ่านทางมะละกา พบว่าเรือบรรทุกน้ำมันของอินโดนีเซีย 2 ลำยังคงรอการผ่านทางที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) โดยอิหร่านได้กระชับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวดภายหลังการโจมตีเมืองหลวงโดยสหรัฐฯ-อิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ พื้นที่บางส่วนของเส้นทางเดินเรือตั้งอยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่าน ทำให้รัฐบาลเตหะรานสามารถควบคุมการจราจรได้ โดยอิหร่านเพิ่งประกาศว่าได้รับรายได้ก้อนแรกจากค่าธรรมเนียมการผ่านทางเรียบร้อยแล้ว
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://jakartaglobe.id/news/indonesia-denies-malacca-strait-tax-plan-after-finance-ministers-joke?utm_source=dlvr.it&utm_medium=facebook&fbclid=IwY2xjawRW8jlleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEehG4gckeOwbuoHwq6RWBDwzqQPJ2_BHwIDOpNjsRKrP3KrOjx-3pJ2u-7PpQ_aem_-i_QVOOqVce5uVJoLloRfw