จีนวางแผนพัฒนารถถังนิวเคลียร์ติดปืนแม่เหล็กไฟฟ้า
จีนวางแผนพัฒนารถถังพลังนิวเคลียร์ติดปืนแม่เหล็กไฟฟ้า 50 MJ ยิงไกล 450 กม.
2-10-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า คณะนักวิจัยด้านการกลาโหมแห่งประเทศจีน (China) ได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา 3 ระยะ สำหรับรถถังขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าขนาดน้ำหนัก 60 ตัน (60-ton electrically powered tank) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปฏิวัติระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดกะทัดรัด ควบคู่กับการติดตั้งปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Railgun) ที่มีขีดความสามารถในการทำลายล้างเป้าหมายระยะไกลถึง 450 กิโลเมตร
โครงการศึกษาวิจัยขั้นสูงดังกล่าว เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างทีมนักวิจัยจาก บริษัท อินเนอร์ มองโกเลีย เฟิสต์ แมชชีนเนอรี กรุ๊ป (Inner Mongolia First Machinery Group), ห้องปฏิบัติการสำคัญแห่งรัฐด้านการออกแบบและเทคโนโลยีการรวมการผลิตยานพาหนะพิเศษ (State Key Laboratory of Special Vehicle Design and Manufacturing Integration Technology) และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งปักกิ่ง (Beijing Institute of Technology)
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้ง 3 ระยะ ประกอบด้วยสาระสำคัญทางเทคโนโลยี ดังนี้:
ระยะที่ 1 (ช่วงก่อนปี 2035): มุ่งเน้นการติดตั้งปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Railgun) ขนาดพลังงาน 10 เมกะจูล (10 MJ) ระยะยิงประมาณ 150 กิโลเมตร บนแพลตฟอร์มรถถังที่มีอยู่ในปัจจุบัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาด 1,500 แรงม้า (1,500 hp) ทำงานประสานกับตัวเก็บประจุยิ่งยวด (Supercapacitors) และระบบวงล้อต้านสะบัด (Flywheel) พร้อมทั้งติดตั้งเกราะป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Armour) พลังงาน 2 เมกะจูล (2 MJ)
ระยะที่ 2 (มุ่งสู่ปี 2045): พัฒนายกระดับประสิทธิภาพอาวุธสู่ปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดพลังงาน 20 เมกะจูล (20 MJ) ขยายระยะยิงไกลถึงประมาณ 300 กิโลเมตร ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาด 2,000 แรงม้า (2,000 hp) ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูงน้ำหนักประมาณ 5 ตัน และเพิ่มสมรรถนะเกราะป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นพลังงานประมาณ 10 เมกะจูล (10 MJ)
ระยะที่ 3 (เป้าหมายสูงสุดภายในปี 2045): การนำเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor - SMR) ระดับกำลัง 10 เมกะวัตต์ (10 MW) ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยโลหะเหลว (Liquid-Metal Cooling) มาประยุกต์ใช้ โดยตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัดเพียงประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถป้อนกำลังไฟฟ้าได้อย่างมหาศาลให้กับปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาด 50 เมกะจูล (50 MJ) สร้างความเร็วหัวกระสุนได้สูงถึงประมาณ 3.5 กิโลเมตรต่อวินาที (3.5 km/s) และยิงเป้าหมายได้ไกลถึงประมาณ 450 กิโลเมตร
นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการเทคโนโลยีระบบเกราะป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้า (2 เมกะจูลในระยะที่ 1 และประมาณ 10 เมกะจูลในระยะที่ 2) ตัวเก็บประจุยิ่งยวด (Supercapacitors) ระบบวงล้อต้านสะบัด (Flywheels) ระบบกักเก็บพลังงานแบบตัวนำยิ่งยวด (Superconducting Storage) และการสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กประจำยานพาหนะ (Vehicle Microgrids) เพื่อรองรับการใช้พลังงานสูงในสมรภูมิ
คณะนักวิจัยสรุปทิ้งท้ายว่า โดยแก่นแท้ของโครงการนี้ คือการยกระดับยานเกราะให้กลายเป็น "โครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ที่ติดตั้งระบบอาวุธทรงประสิทธิภาพ" (Nuclear-Powered Micro-Grid with a Gun) ซึ่งประเทศจีน (China) เชื่อมั่นว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางของสงครามภาคพื้นดินในอนาคตอย่างแท้จริง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2105542225556095147?s=20