สหรัฐฯ ยกระดับความมั่นคงพลังงาน
สหรัฐฯ ยกระดับความมั่นคงพลังงาน ทรัมป์โชว์ดีลเกาหลีใต้ทุ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 8 แห่ง-หนุนโครงการก๊าซอลาสกา
1-10-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) เตรียมออกแถลงการณ์เปิดตัวแผนความร่วมมือครั้งใหญ่ ซึ่งประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ตกลงอัดฉีดเงินลงทุนมหาศาลมูลค่า 2.0 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการพลังงานขนาดใหญ่ทั่วสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 8 แห่ง, โรงผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ในรัฐเทกซัส (Texas) และโครงการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวในรัฐอลาสกา (Alaska)
เจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำทำเนียบขาว (White House) ซึ่งขอไม่เปิดเผยนามเนื่องจากรายละเอียดอย่างเป็นทางการยังไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) มีกำหนดจะออกแถลงการณ์อนุมัติและประกาศข้อตกลงคำมั่นสัญญาของฝั่งเกาหลีใต้จากห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ณ ทำเนียบขาว ในช่วงบ่ายวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ทางการเกาหลีใต้วางแผนที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่โครงการก๊าซธรรมชาติเหลวอลาสกา (Alaska LNG project)
เงินสนับสนุนจำนวน 2.0 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้ ถือเป็นโครงการเงินลงทุนงวดแรก (tranche) ที่ได้รับการอนุมัติและสนับสนุนอย่างเป็นทางการภายใต้ข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ (US-South Korea trade deal) ที่ลงนามไปเมื่อปีก่อน ซึ่งทางกรุงโซล (Seoul) ได้เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะขยายการลงทุนในประเทศสหรัฐฯ (US) รวมมูลค่าสูงถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อตกลงที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังจะประกาศนั้น ครอบคลุมถึงคำมั่นสัญญาการลงทุนรอบใหม่เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ยังไม่ได้ออกมายืนยันรายละเอียดของแถลงการณ์ดังกล่าวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในขณะนี้
ภายใต้โครงสร้างแผนการเงินใหม่นี้ ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) จะอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนให้แก่โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่จำนวน 8 แห่ง รวมถึงโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 6 กิโลวัตต์ ณ เมืองเอนซินอล (Encinal) ในรัฐเทกซัส (Texas)
การประกาศเมกะโปรเจกต์ทางการเงินครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางภาวะความไม่พอใจอย่างหนักของภาคประชาชนและผู้ลงคะแนนเสียงชาวอเมริกัน ต่อปัญหาค่าครองชีพและผลงานการบริหารจัดการเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ซึ่งกำลังส่งผลให้สมาชิกพรรครีพับลิกัน (Republican Party) ตกอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะสูญเสียการครองเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐฯ (Congress) ในการเลือกตั้งสภาคองเกรสกลางเทอมที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
นางสาวเทย์เลอร์ โรเจอร์ส (Taylor Rogers) โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว (White House) เผยว่า โครงการเหล่านี้คือการทำตามคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เคยให้ไว้ตั้งแต่วันแรกในการดำรงตำแหน่ง "เพื่อปลดล็อกศักยภาพทางพลังงานของอเมริกา เปิดประตูสู่ศักยภาพมหาศาลของทรัพยากรในอลาสกา และเร่งรัดการฟื้นตัวของยุคเรอเนสซองส์ทางพลังงานนิวเคลียร์ของอเมริกา" ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ "นโยบายบั่นทอนและลดทอนพลังงานของพรรคเดโมแครต (Democratic Party)"
สำหรับโครงการก๊าซธรรมชาติเหลวอลาสกา (Alaska LNG project) ที่วางแผนมาอย่างยาวนาน ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายประการก่อนหน้านี้เนื่องจากงบประมาณที่สูงลิ่วและขอบเขตโครงการที่ใหญ่โตมหาศาล ซึ่งรวมถึงความท้าทายในการก่อสร้างท่อส่งก๊าซความยาวกว่า 740 ไมล์ (ประมาณ 1,190 กิโลเมตร) พาดผ่านทั่วทั้งรัฐ ทว่าประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ได้ออกมากกส่องแสงและผลักดันโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลของเขาได้พยายามดึงดูดเงินทุนและสัญญาจัดซื้อจากต่างชาติเข้ามาสนับสนุนมาโดยตลอด
บริษัท เกลนฟาร์น กรุ๊ป (Glenfarne Group) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนผู้พัฒนาโครงการ Alaska LNG ได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกับบรรดานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision: FID) ซึ่งการสนับสนุนจากประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ถูกมองว่าจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยปลดล็อกและขับเคลื่อนให้โครงการก้าวข้ามหมุดหมายสำคัญนี้ไปได้
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเข้ามาช่วยขนส่งก๊าซธรรมชาติจากเขตนอร์ทสโลป (North Slope) ของรัฐอลาสกา (Alaska) โดยจะเปิดทางให้สามารถนำก๊าซธรรมชาติบางส่วนมาใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าภายในรัฐ ขณะที่การจัดส่งส่วนที่เหลือจะถูกนำไปผ่านกระบวนการทำให้เป็นของเหลวเพื่อลงเรือส่งออกไปจำหน่ายยังกลุ่มผู้ซื้อในภูมิภาคเอเชีย (Asia) ต่อไป
----
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-30/trump-set-to-unveil-200-billion-of-south-korean-us-investments