จีนเก็บภาษีเงินปันผลชาวต่างชาติ 20% ตั้งแต่ 1 ก.ย.
จีนเก็บภาษีเงินปันผลชาวต่างชาติ 20% ตั้งแต่ 1 ก.ย. ปิดฉากสิทธิยกเว้นภาษีนานกว่า 30 ปี
3-9-2026
สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า คำประกาศร่วมจาก กระทรวงการคลัง (Ministry of Finance) และ สำนักบริหารการจัดเก็บภาษีแห่งรัฐแห่งประเทศจีน (State Taxation Administration - STA) ระบุว่า ประเทศจีน (China) ได้เริ่มต้นจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Individual Income Tax - IIT) ในอัตราร้อยละ 20 จากเงินปันผล (Dividends) และเงินโบนัส (Bonuses) ที่บุคคลธรรมดาชาวต่างชาติได้รับจากบริษัทผู้ประกอบการที่ลงทุนโดยต่างประเทศ หรือ เอฟไออี (Foreign-Invested Enterprises - FIEs) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นการยุติมาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวที่เคยออกประกาศบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1994 เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและสนับสนุนนโยบายเปิดประเทศของจีนตลอดช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา
นายหลิวอี๋ (Liu Yi) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการคลังสาธารณะและการจัดเก็บภาษีแห่งประเทศจีน (Research Center for Public Finance and Tax of China) สังกัด มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) แสดงทรรศนะว่า มาตรการยกเว้นภาษีข้างต้นซึ่งนำมาใช้ยาวนานกว่า 30 ปี เคยมีบทบาทเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญในการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศในระหว่างช่วงเวลาของการพัฒนาเศรษฐกิจยุคแรกเริ่ม ทว่าในปัจจุบันที่ประเทศจีน (China) กำลังเร่งสร้างระบบเศรษฐกิจตลาดสังคมนิยมมาตรฐานสูง (High-standard socialist market economy) บรรดานักลงทุนชาวต่างชาติได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติโดยให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวม (Overall business environment) มากยิ่งขึ้น ซึ่งครอบคลุมถึงหลักนิติธรรม (Rule of law), ขนาดของตลาด (Market size) ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม (Industrial supporting facilities)
ทางด้าน นางสาวหลี่ซวี่หง (Li Xuhong) รองประธาน สถาบันการบัญชีแห่งชาติปักกิ่ง (Beijing National Accounting Institute) ให้ความเห็นว่า โดยทั่วไปแล้วเมื่อระบบเศรษฐกิจพัฒนาขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง ประเทศมักจะไม่พึ่งพาเพียงมาตรการจูงใจทางภาษี (Tax incentives) ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอีกต่อไป แต่จะหันไปให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่มีเสถียรภาพอันดี มีความโปร่งใส และมีความเป็นธรรม โดยการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภาษีในครั้งนี้จะช่วยรักษาความเป็นธรรมและความเป็นเอกภาพของระบบภาษีจีน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการลงทุนจากต่างชาติ ช่วยอุดช่องโหว่ทางภาษี (Tax loopholes) และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างตลาดระดับชาติที่เป็นหนึ่งเดียวกัน (Unified national market)
นอกจากนี้ นางสาวหลี่ซวี่หง (Li Xuhong) ยังได้ระบุเน้นย้ำว่า ภาระภาษีที่แท้จริง (Actual tax burden) สำหรับผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติในบริษัทผู้ประกอบการที่ลงทุนโดยต่างประเทศจะไม่ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมว่า ประเทศขนาดใหญ่ในทวีปยุโรป (Europe) และประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ต่างใช้ระบบจัดเก็บภาษีเงินได้จากรายได้ทั่วโลก (Worldwide income tax system) ซึ่งหมายถึงการจัดเก็บภาษีเงินได้จากผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศจากทุกแหล่งรายได้ทั่วโลก รวมถึงรายได้จากเงินปันผลในประเทศจีน (China) ดังนั้น มาตรการยกเว้นภาษีเดิมของจีนจึงเพียงแค่ทำให้ชาวต่างชาติที่ได้รับเงินปันผลแบบปลอดภาษีในจีน ยังคงต้องนำรายได้ดังกล่าวไปเสียภาษีในอัตราเต็มให้แก่ประเทศที่ตนมีถิ่นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ไม่ได้เกิดการลดหย่อนภาษีที่แท้จริงในประเด็นภาษีซ้ำซ้อนแต่ประการใด
ทั้งนี้ นางสาวหลี่ซวี่หง (Li Xuhong) ชี้ให้เห็นว่า การยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีของจีนในครั้งนี้ จะเปิดทางให้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ชำระให้แก่ทางการจีน สามารถนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีเพื่อหักลดหย่อนภาษีที่ต้องชำระในประเทศบ้านเกิด (Tax credit / Foreign tax deduction) ได้ตามอนุสัญญาภาษีซ้ำซ้อน ส่งผลให้ภาระภาษีสุทธิที่แท้จริงของนักลงทุนชาวต่างชาติจะไม่เพิ่มขึ้นแต่ประการใด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.xinhuathai.com/china/594915_20260902