.
'ทรัมป์' ชี้สงครามอิหร่าน เป็นเพียง 'สงครามเล็กๆ' เมื่อเทียบกับงบฯ เทียบกับอาวุธ $300,000 ล้าน ที่สหรัฐฯ แจกฟรีให้ยูเครนยุคไบเดน
2-9-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) กล่าวว่า สงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) ถือเป็นเรื่อง “ค่อนข้างเล็กน้อย” สำหรับประเทศสหรัฐฯ (US) เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาลที่กรุงวอชิงตัน (Washington) เคยจัดส่งให้แก่ประเทศยูเครน (Ukraine) ในสมัยของนายโจ ไบเดน (Joe Biden) พร้อมทั้งอ้างว่าประธานาธิบดีคนก่อนได้มอบอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กรุงคีฟ (Kiev) ไปโดยไม่คิดมูลค่า
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ให้สัมภาษณ์และตอบคำถามต่อสื่อมวลชนระหว่างจัดกิจกรรม ณ ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากสงบลงชั่วคราวเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยกองกำลังประเทศสหรัฐฯ (US) ได้เปิดการโจมตีทางอากาศใส่ฐานยิงจรวดของประเทศอิหร่าน (Iran) จำนวน 2 แห่ง บนเกาะลารัก (Larak Island) บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลให้กรุงเตหะราน (Tehran) ยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่ฐานทัพกองกำลังประเทศสหรัฐฯ (US) ในประเทศจอร์แดน (Jordan) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า ปฏิบัติการยืดเยื้อที่ดำเนินต่อประเทศอิหร่าน (Iran) กำลังผลาญทรัพยากรทางทหารของประเทศสหรัฐฯ (US) ที่จำเป็นต้องใช้ในภูมิภาคอื่นหรือไม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้แสดงท่าทีปฏิเสธและไม่กังวลต่อข้อห่วงใยดังกล่าว โดยระบุว่า “นี่ถือเป็นสงครามที่ค่อนข้างเล็กสำหรับเรา นี่ไม่ใช่สงครามขนาดใหญ่” พร้อมกล่าวเสริมว่า ประเทศสหรัฐฯ (US) มี “กระสุนและยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาล” ประจำการอยู่ทั่วโลก ซึ่งสามารถดึงมาสมทบใช้งานได้ทันทีหากมีความจำเป็น
“คุณก็รู้ว่าเงินเหล่านั้นหายไปไหน มันไปที่ประเทศยูเครน (Ukraine) หมดแล้ว” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าวต่อ โดยโต้แย้งว่ากรุงวอชิงตัน (Washington) ได้ใช้อยุทโธปกรณ์ไป “น้อยมาก” ในการทำศึกกับประเทศอิหร่าน (Iran) เมื่อเปรียบเทียบกัน
จากนั้น เขาได้เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของประเทศสหรัฐฯ (US) ในการทำสงครามกับประเทศอิหร่าน (Iran) กับความช่วยเหลือที่กรุงวอชิงตัน (Washington) เคยสนับสนุนให้แก่ประเทศยูเครน (Ukraine) ในยุคของผู้นำคนก่อนหน้า
“นายโจ ไบเดน (Joe Biden) มอบสิ่งของมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ประเทศยูเครน (Ukraine) ไปฟรี ๆ” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าว พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลตน ประเทศยูเครน (Ukraine) “จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อเอง” ผ่านทางประเทศสมาชิกองค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ในทวีปยุโรป ทั้งนี้ ตัวเลข 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยผู้ตรวจการพิเศษเพื่อปฏิบัติการแอทแลนติก รีโซลฟ์ (Special Inspector General for Operation Atlantic Resolve) ระบุว่างบประมาณรวมที่ประเทศสหรัฐฯ (US) จัดสรรให้แก่ประเทศยูเครน (Ukraine) และการตอบสนองต่อความขัดแย้งในภาพรวมนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 อยู่ที่ประมาณ 1.95 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการอนุมัติในรูปแบบสินค้าและบริการด้านการป้องกันประเทศแก่กรุงคีฟ (Kiev) จำนวน 6.78 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) นิยามความขัดแย้งในประเทศอิหร่าน (Iran) ว่าเป็น “สงครามเล็ก” เกิดขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งดังกล่าวได้ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 7 แม้ว่าเขาจะเคยประกาศชัยชนะหลายต่อหลายครั้งก็ตาม โดยเขาเคยประกาศ “ชัยชนะอย่างเด็ดขาดและสมบูรณ์” เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน และหลังจากนั้นได้ย้ำซ้ำ ๆ ว่ากรุงวอชิงตัน (Washington) เป็นฝ่ายชนะ หรือเข้าใกล้การยุติความขัดแย้งแล้ว
อย่างไรก็ตาม สงครามดังกล่าวได้ผลาญยุทโธปกรณ์ของประเทศสหรัฐฯ (US) คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย นายพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม (War Secretary) ประเมินค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดไว้ที่ 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกรุงวอชิงตัน (Washington) ได้ยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (Tomahawk cruise missiles) ไปมากกว่า 850 ลูก ในช่วง 4 สัปดาห์แรกเพียงอย่างเดียว ทั้งที่มีกำลังการผลิตเพียงไม่กี่ร้อยลูกต่อปี พร้อมทั้งยิงขีปนาวุธสกัดกั้นในระบบเพเทรียต (Patriot) และระบบซาด (THAAD) ไปแล้วมากกว่า 1,000 ลูก
รายงานข่าวจากสื่อมวลชนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของประเทศสหรัฐฯ (US) และพันธมิตร นาโต (NATO) ระบุว่า ภาวะตึงตัวดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อคลังยุทโธปกรณ์ของประเทศสหรัฐฯ (US) ในทวีปยุโรปแล้ว โดยปริมาณสำรองของขีปนาวุธสกัดกั้นเพเทรียต (Patriot) และกระสุนหลักอื่น ๆ ได้ลดลงสู่ระดับ “วิกฤตขั้นสุด” เนื่องจากมีการดึงอาวุธยุทโธปกรณ์ไปใช้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ในขณะเดียวกัน กรุงวอชิงตัน (Washington) ได้ยกระดับแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อกรุงเตหะราน (Tehran) โดย นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง (Treasury Secretary) ได้กล่าวเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ประเทศสหรัฐฯ (US) อาจปลดชนวน “ความรุนแรงทางการเงิน” (financial violence) เข้าใส่ประเทศอิหร่าน (Iran) พร้อมขู่ว่าจะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (secondary sanctions) ฉบับใหม่ในทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อลงโทษกรุงเตหะราน (Tehran) รวมถึงผู้ที่ทำธุรกรรมทางธุรกิจร่วมกับประเทศอิหร่าน (Iran)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/644967-trump-iran-little-war/