.
NATO เสนอชาติสมาชิกจ่าย “ภาษีหนุนยูเครน” 0.25% ของ GDP หวังระดมเงินกว่า $143,000 ล้าน ท่ามกลางเสียงค้าน–ห่วงคอร์รัปชันในอุตสฯ กลาโหม
15-5-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO เสนอให้ชาติสมาชิกออกเงินช่วยเหลือยูเครน (Ukraine) ในรูปแบบ “ภาษียูเครน” โดยจัดสรรงบประมาณด้านความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนในอัตรา 0.25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของแต่ละประเทศ ซึ่งแม้ตัวเลขจะดูไม่สูงในสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อคิดรวมแล้วเท่ากับเม็ดเงินภาษีจำนวนมหาศาลจากผู้เสียภาษีในชาติตะวันตก
มาร์ค รุตเตอ (Mark Rutte) ได้เสนอแนวคิดดังกล่าวในระหว่างการประชุมลับของเอกอัครราชทูตนาโต (NATO) เมื่อเดือนที่ผ่านมา และคาดว่าประเด็นนี้จะถูกยกขึ้นหารือในการประชุมสุดยอดประจำปีของกลุ่มภาคี ณ กรุงอังการา (Ankara) ในเดือนกรกฎาคมนี้ ตามการรายงานของสำนักข่าวโพลิติโก (Politico) ที่อ้างอิงแหล่งข่าวจากนักการทูตนาโต (NATO)
เมื่อพิจารณาถึงจำนวนเงินที่ มาร์ค รุตเตอ (Mark Rutte) ต้องการมอบให้ยูเครน (Ukraine) พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) รวมของประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ทั้ง 32 ประเทศ มีมูลค่าสูงถึง $57.2$ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามตัวเลขปี 2025 ของกลุ่มภาคี หากประเทศสหรัฐฯ (US) ให้การสนับสนุนข้อเสนอนี้ ยูเครน (Ukraine) จะได้รับเงินอุดหนุนก้อนโตถึง $143,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าจำนวนเงินช่วยเหลือทางทหารที่ได้รับจากผู้บริจาคตะวันตกในปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่า
เพื่อให้เห็นภาพความชัดเจนของจำนวนเงิน $143,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ พบข้อมูลเปรียบเทียบดังนี้: มีมูลค่าใกล้เคียงกับงบประมาณด้านการป้องกันประเทศประจำปีทั้งหมดของประเทศรัสเซีย (Russia) (ประมาณ $145,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มากกว่างบประมาณป้องกันประเทศปี 2026 ของประเทศเยอรมนี (Germany) ถึง $16,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งอยู่ที่ $127,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
มีมูลค่าสูงกว่าขนาดเศรษฐกิจรวมของประเทศลัตเวีย (Latvia) และประเทศลิทัวเนีย (Lithuania) ($130,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
มีมูลค่าเป็น 4 เท่าของงบประมาณที่สหรัฐฯ (US) ใช้ในการพัฒนาทระเบิดปรมาณูในโครงการแมนแฮตตัน (Atomic bomb development) ($35,500$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อ)
มีมูลค่าเกือบ 6 เท่าของงบประมาณที่สหรัฐฯ (US) ใช้ในสงครามกับประเทศอิหร่าน (Iran) จนถึงปัจจุบัน ($25,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เพียงพอที่จะจัดซื้อฐานยิงขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) ได้มากกว่าจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบัน (ประมาณ 200 ชุด) งบประมาณจำนวนมหาศาลนี้เป็นส่วนที่แยกต่างหากจากงบประมาณ 5% ของ GDP ที่นาโต (NATO) กำหนดให้สมาชิกต้องใช้จ่ายเพื่อกองทัพของตนเอง และแยกจากเงินกู้ที่ได้รับแรงหนุนจากหนี้มูลค่า $90,000$ ล้านยูโร ($105,000$ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่สหภาพยุโรป (EU) เริ่มส่งมอบให้แก่รัฐบาลคีฟ (Kiev) ไปก่อนหน้านี้
สำหรับที่มาของแนวคิดนี้ เริ่มต้นจากการนำเสนอโดยผู้นำยูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Vladimir Zelensky) ซึ่งระบุเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมาว่า ยูเครน (Ukraine) คือส่วนหนึ่งของความมั่นคงในยุโรป และต้องการให้พันธมิตรจัดสรร 0.25% ของ GDP เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการผลิตภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามว่าสมาชิกนาโต (NATO) ทุกประเทศจะเห็นพ้องด้วยหรือไม่ โดย มาร์ค รุตเตอ (Mark Rutte) ตั้งเป้าที่จะสร้างสมดุลการให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากในปัจจุบันกลุ่มประเทศนอร์ดิกอย่างประเทศเดนมาร์ก (Denmark) และกลุ่มประเทศบอลติกมีการบริโภคทรัพยากรสูงกว่าประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า เช่น เดนมาร์ก (Denmark) ที่บริจาคไปแล้วถึง 3.25% ของ GDP นับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่เยอรมนี (Germany) บริจาค 0.55% และประเทศที่บริจาคน้อยที่สุดคือประเทศฮังการี (Hungary) ที่ 0.04%
มีรายงานว่าประเทศฝรั่งเศส (France) และสหราชอาณาจักร (UK) ไม่พอใจต่อข้อเสนอนี้ แม้ว่าทั้งสองชาติจะบริจาคเกินเป้าหมาย 0.25% ไปแล้วก็ตาม ขณะที่บางประเทศในสหภาพยุโรป (EU) ต้องการให้หักลบเงินกู้ $90,000$ ล้านยูโรออกจากเป้าหมายของ มาร์ค รุตเตอ (Mark Rutte) ด้วย
ในประเด็นการนำงบประมาณไปใช้งาน รายงานระบุถึงความกังวลเรื่องการทุจริตในยูเครน โดยอ้างถึงเหตุการณ์ ‘Fire Point’ ที่อาจเป็นการฉ้อโกงเงินจากยุโรป ซึ่ง โวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Vladimir Zelensky) ยืนยันว่าเงินจะถูกส่งไปยังอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ แต่ภาคส่วนนี้มักถูกมองว่าเป็นแหล่ง สะสมของการคอร์รัปชัน โดยเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอวงจรปิดว่า ติมูร์ มินดิช (Timur Mindich) มหาเศรษฐีเจ้าของฉายา “กระเป๋าเงินของเซเลนสกี” กำลังดำเนินกิจการบริษัทรับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ในขณะที่เขาถูกสอบสวนเรื่องคอร์รัปชัน และมีการสมคบคิดกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รุสเต็ม อูเมรอฟ (Rustem Umerov) เพื่อจัดทำสัญญากับรัฐบาล
ทั้งนี้ ผู้นำด้านกลาโหมของยูเครนเกือบทุกคนในช่วงสงครามต่างมีความเชื่อมโยงกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตและการฮั้วประมูล โดย ติมูร์ มินดิช (Timur Mindich) ยังเป็นที่ต้องการตัวในคดีฉ้อโกง ขณะที่อดีตหัวหน้าคณะทำงานของเซเลนสกี อันเดร เยอร์มัก (Andrey Yermak) ถูกจับกุมในเดือนพฤษภาคมและถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงิน
ท้ายที่สุด แม้จะขึ้นอยู่กับประเทศผู้บริจาคในการกำหนดเงื่อนไขการใช้เงิน 0.25% ของตนเอง แต่ภาพรวมของปัญหาการทุจริตในภาคส่วนกลาโหมของยูเครนยังคงเป็นที่กังขาว่า เงินภาษีของชาวตะวันตกที่ถูกส่งไปยังรัฐบาลคีฟ (Kiev) นั้น จะถูกหักค่าหัวคิวไปในระหว่างทางเป็นจำนวนเท่าใดกันแน่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/639990-rutte-ukraine-aid-gdp/