.
ทองคำติดเทอร์โบ! ปรับขึ้นลงทำสถิติโลก ‘วอลล์สตรีท’ ปรับเป้าตามไม่ทัน กองทุนจีนระงับรับซื้อใหม่
5-2-2026
SCMP รายงานว่า การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาทองคำในช่วงเริ่มต้นปี 2026 ซึ่งทะยานทะลุระดับ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ได้ทำลายทุกสถิติและเป้าหมายราคาที่เหล่านักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้สถาบันการเงินทั่วโลกต้องเร่งปรับมุมมองใหม่ โดยหลายฝ่ายเริ่มมองเห็นเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว
สถานการณ์ที่ร้อนแรงเกินพิกัดส่งผลให้กองทุนทองคำหลายแห่งในจีนต้องประกาศระงับการรับคำสั่งซื้อใหม่ โดยมีการออกคำเตือนต่อนักลงทุนถึง “ความเสี่ยงจากการซื้อขายที่มีส่วนต่างราคาสูงเกินจริง (Premium) ในตลาดรอง”
ณ เที่ยงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 5,540 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดที่ 5,598 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด อย่างไรก็ตาม ราคานี้ยังคงสะท้อนถึงการเติบโตระดับประวัติศาสตร์ที่พุ่งขึ้นถึง 28% ภายในเวลาเพียง 4 สัปดาห์แรกของปี
ฮ่องกงเปิดตัว Gold ETF ท่ามกลางตลาดเดือด
ท่ามกลางสภาวะตลาดขาขึ้น กองทุน Hang Seng Gold ETF ซึ่งเป็น ETF ทองคำกองแรกของฮ่องกง ได้เปิดตัวในตลาดวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดีด้วยราคาที่พุ่งขึ้นทันทีมากกว่า 9% สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ล้นหลาม
ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้นักลงทุนแห่เข้าถือครองทองคำคือความกังวลต่อสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์ขู่จะดำเนินคดีอาญาต่อนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed
วอลล์สตรีทไล่ตามไม่ทัน
JP Morgan: เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน คาดการณ์ว่าทองคำจะไปถึง 5,000 ดอลลาร์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 แต่ราคาปัจจุบันได้แซงหน้าตัวเลขดังกล่าวไปไกลแล้ว
Goldman Sachs: เพิ่งปรับเป้าหมายสิ้นปีขึ้นเป็น 5,400 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ราคาตลาดปัจจุบันก็พุ่งทะลุเป้าหมายที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว
Deutsche Bank: ระบุในบทวิเคราะห์ว่าระดับ 6,000 ดอลลาร์นั้น “เป็นไปได้จริง” หากดอลลาร์อ่อนค่าลง และในบางสถานการณ์อาจพุ่งไปถึง 6,900 ดอลลาร์
กองทุนจีนเบรกเกอร์ (Breaker) สกัดแรงเก็งกำไร
นอกจากทองคำแล้ว โลหะเงิน (Silver) ยังได้รับอานิสงส์โดยมีราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้กองทุนยักษ์ใหญ่อย่าง E Fund Gold Theme Fund และ UBS SDIC Silver Futures Fund ในประเทศจีน ต้องสั่งระงับการซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มชั่วคราว เนื่องจากหน่วยลงทุนในตลาดรองมีการซื้อขายด้วยราคาที่สูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) อย่างมาก ซึ่งสุ่มเสี่ยงจะทำให้นักลงทุนรายใหม่ประสบภาวะขาดทุนอย่างรุนแรงหากเข้าลงทุนในราคาที่สูงเกินจริง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/global-economy/article/3341653/runaway-gold-why-even-wall-street-cant-keep-metals-record-ascent?module=perpetual_scroll_1_RM&pgtype=article