สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากองค์การระหว่างประเทศ 66 แห่ง
สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากองค์การระหว่างประเทศ 66 แห่ง ทรัมป์ลั่นเลิกจ่ายภาษีหนุนวาระ 'โลกาภิวัตน์' ที่ขัดผลประโยชน์สหรัฐฯ
9-1-2026
RT รายงานว่า สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากองค์การระหว่างประเทศกว่า 60 แห่ง รวมเวทีหลักของสหประชาชาติ (UN) ด้านสิ่งแวดล้อมและความเท่าเทียมทางสังคม โดยให้เหตุผลว่าไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติของอเมริกา
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ได้มีคำสั่งถอนตัวจากองค์การ หน่วยงาน และคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศรวม 66 แห่ง ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติ (UN) โดยทำเนียบขาวระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อระงับการสนับสนุนสถาบันที่ “ดำเนินการขัดต่อผลประโยชน์ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ หรืออธิปไตยของสหรัฐฯ”
แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุเพิ่มเติมว่า การถอนตัวเหล่านี้ “เป็นการยุติการใช้ภาษีของชาวอเมริกันเพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่ส่งเสริมวาระโลกาภิวัตน์เหนือผลประโยชน์ของสหรัฐฯ หรือจัดการกับปัญหาสำคัญอย่างไร้ประสิทธิภาพ” พร้อมชี้ว่าหลายองค์กรที่ถูกระงับการสนับสนุนมีบทบาทผลักดัน “นโยบายสิ่งแวดล้อมสุดโต่ง การกำกับดูแลโลกแบบรวมศูนย์ และแนวทางเชิงอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกับอธิปไตยและพลังเศรษฐกิจของอเมริกา”
องค์การที่ได้รับผลกระทบรวมถึงสำนักอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งเป็นเวทีหลักของ UN ด้านการเจรจาภูมิอากาศ องค์การสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ที่รับผิดชอบการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ที่ดูแลเรื่องประชากรและประชากรศาสตร์
องค์กรนอกระบบสหประชาชาติที่สหรัฐฯ ถอนตัวยังรวมถึง “คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC)” ซึ่งเป็นหน่วยงานวิชาการด้านภูมิอากาศที่เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2007, องค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (IRENA) และเวทีต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลก (Global Counterterrorism Forum)
มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมการตัดสินใจของทรัมป์ โดยระบุว่าองค์กรเหล่านี้ “พยายามจำกัดอธิปไตยของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง” พร้อมเสริมว่า “ทรัมป์ส่งสารชัดเจน: ไม่มีการส่งเงินภาษีของชาวอเมริกันไปต่างประเทศโดยไร้ผลลัพธ์อีกต่อไป” ทั้งยังยืนยันว่าวอชิงตันจะเดินหน้าทบทวนพันธกรณีในเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ ต่อไป
ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจารณ์มองว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็น “จุดต่ำสุดใหม่” ในท่าทีระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ราเชล คลีตัส (Rachel Cleetus) ผู้อำนวยการนโยบายอาวุโสขององค์กร Union of Concerned Scientists ระบุว่านี่เป็นอีกหลักฐานที่ตอกย้ำว่า “รัฐบาลทรัมป์ที่มีแนวโน้มอำนาจนิยมและต่อต้านวิทยาศาสตร์” กำลังมุ่งทำลายกลไกความร่วมมือระดับโลก
จีนา แมคคาร์ธี (Gina McCarthy) อดีตที่ปรึกษาด้านภูมิอากาศของทำเนียบขาว วิจารณ์ว่า การถอนตัวจากกระบวนการด้านภูมิอากาศของ UN เป็น “การตัดสินใจที่สั้นสายตา น่าขายหน้า และไร้เหตุผลอย่างยิ่ง”
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของทรัมป์ในเส้นทางถอนตัวจากสถาบันระหว่างประเทศ ก่อนหน้านี้รัฐบาลวอชิงตันได้ออกจากความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Paris Agreement), องค์การอนามัยโลก (WHO), องค์การยูเนสโก (UNESCO) และระงับเงินทุนสำหรับองค์การบรรเทาทุกข์และทำงานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) มาแล้ว
ทั้งนี้ กลุ่มสมาชิกรัฐสภาจากพรรครีพับลิกัน (Republican Party) บางส่วนได้เสนอเมื่อปีที่ผ่านมาให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากสหประชาชาติอย่างสมบูรณ์ โดยให้เหตุผลว่าองค์กรดังกล่าว “ทรยศต่อผลประโยชน์อเมริกา” แม้ทรัมป์ยังคงวิพากษ์วิจารณ์ UN อย่างรุนแรง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศถอนตัวเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/630723-us-withdraw-international-bodies/