ปูตินเผยศึกษาความร่วมมือก๊าซธรรมชาติกับสหรัฐฯ
ปูตินเผยรัสเซียศึกษาความร่วมมือก๊าซธรรมชาติกับสหรัฐฯ ในอาร์กติก เปิดทางข้อตกลงพลังงานครั้งสำคัญ
29-10-2026
Russia's Pivot to Asia รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ผู้นำรัสเซีย ได้กล่าวเปิดเผย ณ การประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศผู้ส่งออกก๊าซ หรือ GECF (Gas Exporting Countries Forum) ว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) กำลังดำเนินกระบวนการพิจารณาความเป็นไปได้ในการร่วมมือปฏิบัติงานกับบรรดาหุ้นส่วนจากประเทศสหรัฐฯ (US) ในพื้นที่ภูมิภาคอาร์กติก (Arctic)
ผู้นำรัสเซียกล่าวระบุว่า "ประเด็นที่มีความสำคัญยิ่งยวดต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ คือเทคโนโลยีประเภทใดที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างโครงการผลิตก๊าซ โครงสร้างพื้นฐานทางการขนส่ง ตลอดจนการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในประเด็นนี้ ความร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่างบรรดาประเทศผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติ และการจัดตั้งความเป็นหุ้นส่วนอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์ร่วมกันของแต่ละประเทศ ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง"
"ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ดำเนินการเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของตนเองอย่างเป็นระบบ ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ และพวกเรากำลังเชี่ยวชาญการผลิตจากชั้นหินระดับลึก พวกเราได้ก้าวเดินก้าวใหญ่ในการสร้างเทคโนโลยี LNG ของเราเอง ซึ่งถูกนำมาใช้งานแล้วในสภาวะแวดล้อมที่โหดร้ายของอาร์กติก (Arctic) ในพื้นที่อาร์กติก พวกเราทำงานร่วมกับหลายๆ ประเทศอย่างมีแอ็กทีฟ โดยบรรดาหุ้นส่วนจากยุโรปได้เคยทำงานร่วมกับพวกเรา ณ แหล่งก๊าซของเรา เช่นเดียวกับบรรดาหุ้นส่วนชาวจีนที่ได้เข้ามาทำงาน ณ ที่แห่งนั้น และในขณะนี้ พวกเรากำลังดำเนินกระบวนการพิจารณาความเป็นไปได้ในการร่วมมือปฏิบัติงานร่วมกับบรรดาหุ้นส่วนจากประเทศสหรัฐฯ (US) ตัวอย่างของความร่วมมือดังกล่าว ปรากฏผ่านความสัมพันธ์ของพวกเรากับบรรดาหุ้นส่วน ซึ่งประเทศรัสเซีย (Russia) ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำระดับโลก และพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีที่ครอบคลุมครบวงจรแก่บรรดาเพื่อนร่วมงานต่างชาติ ตั้งแต่การก่อสร้างโรงงาน การพัฒนาฐานการผลิต ไปจนถึงการฝึกอบรมคนงาน วิศวกร ผู้บริหาร และบุคลากรทางวิทยาศาสตร์"
ปัจจุบัน ประเทศสหรัฐฯ (US) ครองตำแหน่งผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG (Liquefied Natural Gas) รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีประเทศรัสเซีย (Russia) ตามมาเป็นอันดับสอง แม้ว่าประเทศรัสเซีย (Russia) จะครองตำแหน่งผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกก็ตาม
ทางด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ประเทศสหรัฐฯ (US) จะดำเนินธุรกิจร่วมกับประเทศรัสเซีย (Russia) เมื่อสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine) สิ้นสุดลง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นต่อจากการหารือระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยบริษัทพลังงาน Novatek ของรัสเซีย จะทำหน้าที่จัดหาเทคโนโลยีสำหรับการก่อสร้างโครงการโรงงานเปลี่ยนสถานะก๊าซเป็นของเหลว Polar LNG ณ รัฐอะแลสกา (Alaska) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่ประเทศสหรัฐฯ (US) ดำเนินการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อโครงการ Arctic LNG 2 ซึ่งเป็นสถานีส่งออกของรัสเซียในไซบีเรีย (Siberia)
โครงการ Polar LNG ที่วางแผนไว้นั้น จะทำการสร้างโรงงานเปลี่ยนสถานะก๊าซเป็นของเหลว ณ ชายฝั่งของสหรัฐฯ ใกล้กับอ่าวพรุดโฮ (Prudhoe Bay) และทำการขนย้ายก๊าซธรรมชาติด้วยเรือบรรทุก LNG ฝ่าภูเขาน้ำแข็ง (Icebreaking LNG carriers) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่มีเพียงประเทศรัสเซีย (Russia) เท่านั้นที่ครอบครองในปัจจุบัน โดยก๊าซ LNG ดังกล่าวจะถูกส่งออกไปยังบรรดาลูกค้าในทวีปเอเชีย (Asia) ซึ่งหากโครงการดังกล่าวถูกนำมาปฏิบัติจริง ก็จะกลายเป็นการเปิดทิศทางครั้งสำคัญสำหรับการร่วมมือด้านพลังงานระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ
ขณะเดียวกัน บริษัท Shell ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานระดับโลก ได้คาดการณ์ว่าก๊าซ LNG จะมีสัดส่วนคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของการเติบโตของอุปสงค์ก๊าซธรรมชาติทั้งหมดภายในปี 2583 (ค.ศ. 2040) โดยทวีปเอเชีย (Asia) จะมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 70 ของการเติบโตดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าอุปสงค์ทั่วโลกสำหรับก๊าซธรรมชาติเหลว ถูกประเมินว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 54 ถึง 68 ภายในปี 2583 (ค.ศ. 2040) และปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ถึง 85 ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/russia-united-states-can-work-together-on-arctic-gas-supplies-putin/