.
เยอรมนี-ฝรั่งเศส-โปแลนด์ ร่วมตอบโต้รัสเซีย เบอร์ลินสั่งปิดสถานกงสุล ปารีส-วอร์ซอเรียกทูตรัสเซียเข้าพบ ย้ำหนทางสู่สันติภาพยุโรปต้องหนุนยูเครน-กดดันมอสโก
4-9-2026
Yahoo Finance รายงานโดยอ้าง dpa ว่า ประเทศเยอรมนี (Germany), ประเทศฝรั่งเศส (France) และประเทศโปแลนด์ (Poland) ได้ร่วมกันแสดงจุดยืนและเอกภาพที่มั่นคงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อรับมือและตอบโต้มาตรการโจมตีรูปแบบไฮบริด (Hybrid attacks) จากประเทศรัสเซีย (Russia) เพียงไม่กี่วันหลังจากทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ได้ออกแถลงการณ์กล่าวหาทางการกรุงมอสโก (Moscow) อย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพยายามก่อเหตุโจมตีด้วยโดรนบรรจุวัตถุระเบิด ณ ท่าอากาศยานไลพ์ซิจ (Leipzig Airport)
"พวกเรามุ่งมั่นที่จะร่วมกันปกป้องและเค้าโครงระเบียบแห่งสันติภาพของทวีปยุโรป ซึ่งพวกเราในฐานะชาวยุโรปได้มาด้วยต้นทุนการเสียสละอันยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 20" นายโยฮันน์ วาเดฟูล (Johann Wadephul) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศเยอรมนี (German Foreign Minister) กล่าวในระหว่างการเปิดแถลงข่าว ณ เมืองไวมาร์ (Weimar) ทางตอนกลางของประเทศเยอรมนี (Germany) เคียงข้าง นายฌ็อง-โนแอล บาร์โรต์ (Jean-Noël Barrot) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศฝรั่งเศส (French Foreign Minister) และ นายราดอสวัฟ ซิกอร์สกี (Radosław Sikorski) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศโปแลนด์ (Polish Foreign Minister)
"พวกเรามีความเห็นตรงกันว่า เส้นทางสู่ยุคสมัยใหม่แห่งสันติภาพในทวีปยุโรปจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการสนับสนุนประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ ควบคู่กับการเพิ่มพูนแรงกดดันต่อทางการกรุงมอสโก (Moscow) อย่างต่อเนื่อง" นายโยฮันน์ วาเดฟูล (Johann Wadephul) กล่าวระบุเสริม
การหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสามรัฐเกิดขึ้นภายใต้กรอบการประชุม สามเหลี่ยมไวมาร์ (Weimar Triangle) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือทางการทูตที่จัดตั้งขึ้นในปี 1991 เพื่อใช้เป็นเวทีเจรจาและสานเสวนาเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสามประเทศมหาอำนาจยุโรป
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นคล้อยหลังเพียงหนึ่งวัน หลังจากบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป หรือ อียู (European Union - EU) ได้เปิดการหารืออย่างไม่เป็นทางการ ณ เมืองวิกโลว์ (Wicklow) ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) เมื่อวันพุธ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อสรุปของรัฐบาลเยอรมนีที่ระบุให้ประเทศรัสเซีย (Russia) เป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ท่าอากาศยานไลพ์ซิจ (Leipzig Airport) เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม
ทางด้านทางการประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับโดรนลำดังกล่าว ซึ่งถูกค้นพบในบริเวณใกล้เคียงกับเครื่องบินขนส่งสินค้าของประเทศยูเครน (Ukraine) หลังจากระบบจุดชนวนระเบิดเกิดความขัดข้องและล้มเหลวในการจุดระเบิด
เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ได้เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการสั่งปิดสถานกงสุลรัสเซีย ณ เมืองบอนน์ (Bonn) ตลอดจนศูนย์วัฒนธรรมรัสเซีย หรือ รัสเซียน เฮาส์ (Russian House) ในกรุงเบอร์ลิน (Berlin)
นายโยฮันน์ วาเดฟูล (Johann Wadephul) กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวทางการทูตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องได้สะท้อนให้เห็นถึงภาพความสมานฉันท์และเอกภาพในทวีปยุโรป (Europe) "ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบและส่งสัญญาณอย่างชัดเจนไปยังกรุงมอสโก (Moscow) ด้วยเช่นกัน และประเทศเยอรมนี (Germany) รู้สึกขอบคุณสำหรับสิ่งนี้"
ทางด้าน นายราดอสวัฟ ซิกอร์สกี (Radosław Sikorski) เปิดเผยว่า ประเทศโปแลนด์ (Poland) ให้การสนับสนุนต่อการตัดสินใจและมาตรการตอบโต้ของประเทศเยอรมนี (Germany) ที่มีต่อประเทศรัสเซีย (Russia) อย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่าทางการกรุงวอร์ซอ (Warsaw) ได้ดำเนินการเรียกตัวแทนทางการทูตของประเทศรัสเซีย (Russia) เข้าพบเช่นกัน "เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเราคัดค้านและต่อต้านการก่อการร้ายโดยประเทศรัสเซีย (Russia)"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศโปแลนด์ (Poland) กล่าวว่า เขาค่อนข้างลังเลที่จะใช้คำว่า "สงครามไฮบริด" (Hybrid war) เนื่องจากความหมายของคำดังกล่าวยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างแพร่หลายในวงกว้าง ทั้งนี้ คำดังกล่าวมักหมายถึงการผสมผสานระหว่างมาตรการทางการทหาร ทางเศรษฐกิจ การข่าวกรอง และการโฆษณาชวนเชื่อ รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล (State-sponsored cyberattacks) ตลอดจนความพยายามในการแทรกแซงและชี้นำประชามติ
"มันหมายถึงการรุกรานและพฤติกรรมก้าวร้าวที่อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ของการเปิดฉากบุกรุกเต็มรูปแบบ (Aggression below the threshold of invasion)" นายราดอสวัฟ ซิกอร์สกี (Radosław Sikorski) อธิบายเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน นายฌ็อง-โนแอล บาร์โรต์ (Jean-Noël Barrot) เปิดเผยว่า ประเทศฝรั่งเศส (France) ได้ดำเนินการเรียกทูตแห่งประเทศรัสเซีย (Russia) เข้าพบเพื่อแสดงท่าทีตอบโต้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ท่าอากาศยานไลพ์ซิจ (Leipzig Airport) ด้วยเช่นกัน
"นับเป็นเรื่องร้ายแรงขั้นวิกฤตเมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีใจกลางทวีปยุโรป (Europe)" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศฝรั่งเศส (France) ระบุเน้นย้ำ
เขากล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า ประเทศฝรั่งเศส (France), ประเทศเยอรมนี (Germany) และประเทศโปแลนด์ (Poland) "มีความมุ่งมั่นและมุ่งมั่นยิ่งกว่าครั้งใดๆ ในการร่วมมือกันขับเคลื่อนทวีปยุโรป (Europe) ให้มีความเป็นอธิปไตย มั่นคง ปลอดภัย และมั่งคั่งตระการตา พร้อมทั้งภาคภูมิใจในค่านิยมของตนเอง"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/world/articles/germany-france-poland-display-unity-131852615.html