HSBC ส่งสัญญาณเข้าร่วมระบบ Stablecoin ของฮ่องกง
HSBC ส่งสัญญาณเข้าร่วมระบบ Stablecoin ของฮ่องกง ดันโทเคนไลเซชัน–นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
3-3-2026
SCMP รายงานว่า HSBC ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดในยุโรปและฮ่องกงเมื่อวัดจากสินทรัพย์ ได้ส่งสัญญาณเป็นครั้งแรกถึงความประสงค์ที่จะเข้าร่วมในระบบการกำกับดูแล Stablecoin ที่กำลังจะเกิดขึ้นของฮ่องกง โดยอ้างถึงสภาพแวดล้อมด้านการกำกับดูแลที่เข้มแข็งของเมือง และศักยภาพในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในพื้นที่สินทรัพย์ดิจิทัล
จอร์จส เอลเฮเดอรี (Georges Elhedery) ซีอีโอของกลุ่ม HSBC กล่าวในการสัมภาษณ์กลุ่มย่อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากที่ธนาคารได้รายงานผลประกอบการปี 2025 ที่ดีเกินคาดว่า “เราสนใจในทุกส่วนของภูมิทัศน์นวัตกรรมในฮ่องกง และเราต้องการมีบทบาทในทุกส่วนนั้น” คำกล่าวนี้เป็นการตอบคำถามที่ว่าธนาคารได้ยื่นขอใบอนุญาตผู้ออก Stablecoin แล้วหรือไม่
ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) จะออกใบอนุญาตผู้ออก Stablecoin ชุดแรกในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในความพยายามของฮ่องกงที่จะสถาปนาตนเองเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Stablecoin คือสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าผูกกับสินทรัพย์อย่างดอลลาร์สหรัฐ และถูกนำมาใช้เพื่อชำระเงินในธุรกรรมทางการเงินต่างๆ
เอลเฮเดอรีปฏิเสธที่จะยืนยันว่าธนาคารได้ยื่นคำขอไปแล้วหรือไม่ แต่ระบุว่าการหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลยังคงดำเนินต่อไป “เราต้องการลงทุนในบุคลากรและเทคโนโลยีในฮ่องกง เพราะเรายังคงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในโอกาสการเติบโตที่นี่ เรามีการหารืออย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานกำกับดูแล” เขากล่าว
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีระบุว่า HSBC เป็นหนึ่งในผู้สมัคร หรือกำลังสร้างพันธมิตรกับบริษัทอื่นๆ เพื่อขอใบอนุญาตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการแสดงบทบาทศูนย์กลางในระบบนิเวศทางการเงินที่กำลังพัฒนาของฮ่องกง
เอลเฮเดอรีกล่าวเสริมว่า HSBC จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับ Stablecoin ก็ต่อเมื่อมีการกำกับดูแลที่เหมาะสมเท่านั้น เช่นในฮ่องกง แต่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตลาดที่ไม่มีการควบคุม “ฮ่องกงได้พัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการกำกับดูแลที่ครอบคลุมและปลอดภัย สิ่งที่สอดคล้องกับระเบียบในฮ่องกงจะเป็นเรื่องที่เราพิจารณาอย่างจริงจังมาก” เขากล่าว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮ่องกงพยายามสร้างชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินโดยการเปิดรับเครื่องมือใหม่ๆ เช่น คริปโตเคอร์เรนซีและ Stablecoin โดย HKMA ได้แนะนำกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมผู้ออกในลักษณะเดียวกับธนาคาร ขณะที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SFC) ได้เปิดตัวระบบใบอนุญาตสำหรับแพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์เสมือน และได้มอบใบอนุญาตแก่ผู้ให้บริการไปแล้ว 12 ราย
เดวิด เลียว อี-เฉียน (David Liao Yi-chien) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมประจำภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลางของ HSBC กล่าวว่า “ด้วยกรอบการกำกับดูแลที่รอบคอบสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในฮ่องกง ทำให้ HSBC สามารถอยู่แถวหน้าในการสำรวจเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรับใช้ระบบการเงิน” พร้อมระบุว่าธนาคารเป็นผู้นำในเรื่องเงินฝากที่เปลี่ยนเป็นโทเคน (Tokenised deposits) และมีส่วนร่วมในการออกพันธบัตรโทเคนของรัฐบาลฮ่องกงด้วย
HSBC ได้เปิดตัวระบบเงินฝากโทเคนแล้วในฮ่องกง ลักเซมเบิร์ก ลอนดอน และสิงคโปร์ และอาจเปิดตัวในสหรัฐฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตลาดอื่นๆ ในปีนี้ นอกจากนี้ยังได้นำเสนอการทำโทเคน (Tokenisation) สำหรับผลิตภัณฑ์ทองคำในฮ่องกง โดยเอลเฮเดอรีระบุว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยให้การชำระเงินดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง และมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ โดยเทคโนโลยี Blockchain ของธนาคารได้สนับสนุนการออกพันธบัตรสีเขียวแบบโทเคนมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงของรัฐบาลเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ในด้านการบริหารจัดการ เอลเฮเดอรีได้ปรับปรุงโครงสร้างของ HSBC ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน และคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในกลางปีนี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิม 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงลงทุนในบุคลากร โดยในปีนี้จะขึ้นค่าจ้างเฉลี่ยทั่วโลกให้แก่พนักงานที่ร้อยละ 3
นอกจากนี้ HSBC เพิ่งเสร็จสิ้นการซื้อกิจการธนาคาร Hang Seng ซึ่งเป็นบริษัทย่อยมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมกราคม โดยคาดว่าจะสร้างผลประโยชน์ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมงบประมาณการปรับโครงสร้าง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเอลเฮเดอรีกล่าวว่าจะเน้นงบประมาณส่วนใหญ่ไปที่การฝึกทักษะใหม่ (Retraining) ให้แก่พนักงานของ Hang Seng เพื่อรองรับโอกาสทางอาชีพที่เปลี่ยนไป
เอลเฮเดอรีเน้นย้ำว่าทั้งสองธนาคารจะยังคงเป็นคู่แข่งกันในตลาด แต่จะมีความร่วมมือในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ข้ามกันมากขึ้น (Cross-selling) และไม่มีแผนที่จะขายสินทรัพย์หรือธุรกิจของ Hang Seng ออกไป นอกจากนี้ธนาคารจะนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปลดพนักงาน โดยจะย้ายบุคลากรจากงานที่หายไปเพราะ AI ไปสู่ตำแหน่งงานที่สอดคล้องกับอนาคตและสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้ามากขึ้น
ในส่วนของ เดวิด เลียว เขาได้แสดงการสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาลฮ่องกง และมองว่าสมเหตุสมผลที่จะนำเงินส่วนหนึ่งจากกองทุนแลกเปลี่ยน (Exchange Fund) มาใช้ในการพัฒนาโครงการ Northern Metropolis โดยเชื่อว่าการลงทุนในอนาคตและนวัตกรรมเป็นทิศทางที่ถูกต้องสำหรับฮ่องกง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/business/banking-finance/article/3345047/hsbc-signals-intent-join-hong-kongs-stablecoin-regime-amid-digital-innovation-push?module=top_story&pgtype=homepage