.
EU ส่งสัญญาณเตือนอาเซียนงดซื้อน้ำมันรัสเซีย ชี้เป็นเงินทุนหล่อเลี้ยงสงครามยูเครน ขณะที่อินโดนีเซีย-ไทย-เวียดนาม รุกดีลมอสโกสู้ภัยพลังงาน
30-4-2026
The Jakarta Globe รายงานว่า สหภาพยุโรป (European Union หรือ EU) ออกโรงกระตุ้นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) รวมถึงอินโดนีเซีย (Indonesia) ให้หลีกเลี่ยงการจัดซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย (Russia) ในขณะที่นานาประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) ได้หันไปหาเม็ดเงินจากมอสโก (Moscow) เพื่อจัดหาน้ำมันดิบ หลังจากที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz Strait) โดยอิหร่าน (Iran) ซึ่งเป็นเส้นทางรองรับการค้าน้ำมันทางทะเลถึง 1 ใน 4 ของโลก ได้สร้างความตึงเครียดต่อการไหลเวียนของพลังงานทั่วโลก ทั้งนี้ รัสเซียได้ตกลงที่จะส่งมอบน้ำมันดิบและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ให้แก่อินโดนีเซีย ขณะที่มาเลเซีย (Malaysia) และเวียดนาม (Vietnam) ต่างก็กำลังปรับทิศทางนโยบายเพื่อจัดหาพลังงานจากมอสโกเช่นเดียวกัน
คำเตือนจากรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป
นางคายา คัลลาส (Kaja Kallas) รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (Vice President of the European Commission) และหัวหน้านโยบายต่างประเทศของกลุ่ม (Foreign Policy Chief) ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนในประเทศบรูไน (Brunei) โดยเตือนว่ามอสโกอาจใช้น้ำมันเหล่านี้ในการ "เป็นแหล่งเงินทุน" (Bankroll) ให้แก่สงครามในยูเครน (Ukraine) ซึ่งขณะนี้ล่วงเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว
"เราสนับสนุนการสร้างความหลากหลายของทรัพยากรและค้นหาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่รัสเซีย" คัลลาส (Kallas) กล่าวเมื่อถูกตั้งคำถามจากสื่อ จาการ์ตา โกลบ (Jakarta Globe) เกี่ยวกับข้อตกลงน้ำมันระหว่างอาเซียนและมอสโก โดยเธอระบุว่าสงครามจะยุติลงได้ก็ต่อเมื่อ "ผู้รุกรานขาดแคลนเงินทุนในการทำสงคราม" และย้ำว่า "ผลประโยชน์ของเราคือการเห็นรายได้จากน้ำมันรัสเซียหดตัวลงอย่างแท้จริง" พร้อมเสริมว่า "วิกฤตพลังงานครั้งนี้กำลังกลายเป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย"
มาตรการคว่ำบาตรและเป้าหมายใหม่ในอินโดนีเซีย
สหภาพยุโรปได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อน้ำมันรัสเซียเพื่อบั่นทอนความสามารถในการระดมทุนทำสงคราม ล่าสุดได้มีการประกาศแพ็คเกจคว่ำบาตรชุดใหม่ซึ่งรวมถึงการห้ามใช้งานโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือที่ สถานีขนถ่ายน้ำมันการิมุน (Karimun Oil Terminal) ในอินโดนีเซีย โดย EU กล่าวหาว่าท่าเรือดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับ "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) ของรัสเซีย ซึ่งเป็นเครือข่ายเรือขนส่งน้ำมันที่ใช้ในการหลีกเลี่ยงมาตรการกำหนดเพดานราคาของชาติตะวันตก
ท่าทีจากรัฐบาลจาการ์ตา
รัฐบาลจาการ์ตาบรรลุข้อตกลงซื้อน้ำมันดิบรัสเซียระหว่างการเดินทางเยือนมอสโกของ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงไม่เปิดเผยรายละเอียดรวมถึงปริมาณการสั่งซื้อที่ชัดเจน ขณะที่นายฮาชิม โจโจฮาดิกูซูโม (Hashim Djojohadikusumo) น้องชายของประธานาธิบดี อ้างว่าอินโดนีเซียจะซื้อน้ำมันในปริมาณ 150 ล้านบาร์เรล
ทางด้าน นายอาร์มานาธา นาซีร์ (Arrmanatha Nasir) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีตัวแทนจากยุโรปรายใดหยิบยกประเด็นการซื้อน้ำมันรัสเซียขึ้นมาหารือ "ไม่มีใครยกประเด็นนี้ขึ้นมา ไม่มีการกล่าวถึงน้ำมันดิบรัสเซีย ไม่ว่าจะในฟอรั่ม ทางเดิน หรือการประชุมนอกรอบ จุดมุ่งหมายของเราที่นี่คือการส่งเสริมความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นในระดับทวิภาคีหรือระดับกลุ่มต่อกลุ่ม" นายอาร์มานาธากล่าวกับ จาการ์ตา โกลบ ในเวลาต่อมา
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://jakartaglobe.id/news/eu-doesnt-want-asean-to-buy-russian-oil?utm_source=dlvr.it&utm_medium=facebook&fbclid=IwY2xjawRfGxlleHRuA2FlbQIxMQBicmlkETFMc2lkNno3TzdjTGRxZ0Njc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHlMgJjkNLlraKzV-sa1WCI2sm18Px1EQN_-LYYSwJqHmX-aqyFIa5lmFYtdu_aem_2m-YLvN6_60CDT3fq48VgA