EU ระส่ำ! ปูตินขู่ตัดก๊าซล่วงหน้า
EU ระส่ำ! ปูตินขู่ตัดก๊าซล่วงหน้า ดันกระแสยุโรปจี้ยุติคว่ำบาตรรัสเซีย เพื่อเลี่ยงรับมือวิกฤตพลังงาน
7-3-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า บรรดานักการเมืองในสหภาพยุโรป (EU) เริ่มยกระดับเสียงเรียกร้องให้ทบทวนหรือผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรพลังงานต่อรัสเซีย หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) เตือนว่ามอสโกอาจยุติการส่งออกก๊าซไปยังยุโรปก่อนที่คำสั่งแบนการนำเข้าก๊าซรัสเซียของ EU จะมีผลเต็มรูปแบบในปี 2027 ท่ามกลางความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานจากสงครามที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง
คำเตือนของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) กำลังกลายเป็นตัวเร่งให้เหล่านักการเมืองในสหภาพยุโรป (EU) ออกมาเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย (Russia) หลังจากที่ผู้นำรัสเซียระบุว่ามอสโก (Moscow) อาจตัดสินใจระงับการส่งก๊าซล่วงหน้าก่อนที่แผนการสั่งแบนในปี 2027 จะมีผลบังคับใช้ สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางพลังงานของกลุ่มประเทศสมาชิก ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลามในตะวันออกกลาง (Middle East)
นายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) แห่งฮังการี (Hungary), นายกรัฐมนตรี โรเบิร์ต ฟิโก (Robert Fico) แห่งสโลวาเกีย (Slovakia) และรองนายกรัฐมนตรี มัตเตโอ ซัลวินี (Matteo Salvini) ของอิตาลี (Italy) ได้ออกมาประณามมาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่านโยบายเหล่านี้กำลังทำลายเศรษฐกิจของ EU อย่างย่อยยับ
ในเยอรมนี (Germany) นางซาห์รา วาเกนเนคต์ (Sahra Wagenknecht) ผู้นำพรรค BSW ได้เรียกร้องให้มีการกลับมานำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพื่อบรรเทาวิกฤตราคาสินค้า ขณะที่ นางอลิซ ไวเดล (Alice Weidel) ประธานร่วมของพรรค AfD ได้กระตุ้นให้ยุติการพึ่งพาพลังงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐฯ (US) และตะวันออกกลางเพียงด้านเดียว
ขณะเดียวกัน นายฟลอเรียน ฟิลิปโปต์ (Florian Philippot) ผู้นำพรรค Patriots ของฝรั่งเศส (France) ได้เผยแพร่วิดีโอคำแถลงของปูตินผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของ EU ว่าเป็นเรื่อง "โง่เขลา" และ "สร้างความพินาศ" ให้กับชาวยุโรป โดยยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนการ "รวมกลุ่มกันทำร้ายตัวเอง"
ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีในสัปดาห์นี้ หลังจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล (Israel) ต่ออิหร่าน (Iran) และการโต้กลับของรัฐบาลเตหะรานทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบและ LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทะเล สถานการณ์นี้ส่งผลให้ประเทศกาตาร์ (Qatar) ผู้ส่งออก LNG อันดับสองของโลก ต้องประกาศระงับการผลิตชิ้นส่วนชั่วคราว
ปัจจุบัน EU นำเข้าก๊าซประมาณ 5% ถึง 15% จากแหล่งพลังงานในตะวันออกกลาง โดยมีกาตาร์เป็นผู้เล่นหลัก ในขณะที่สหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดหา LNG รายใหญ่ที่สุดของยุโรปด้วยส่วนแบ่งการตลาดถึง 60%
เมื่อเดือนที่ผ่านมา EU ได้ตกลงที่จะแบนการนำเขาก๊าซทั้งหมดจากรัสเซียภายในปลายปี 2027 ซึ่งเดิมทีรัสเซียเคยเป็นผู้จัดหารายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค โดยมาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผ่านการอนุมัติด้วย "เสียงข้างมากที่เข้มงวด" (Reinforced Majority) ผ่านกฎหมายการค้าและพลังงาน เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการคว่ำบาตรที่ต้องอาศัยมติเอกฉันท์จากทุกประเทศสมาชิก ท่ามกลางการคัดค้านจากฮังการีและสโลวาเกีย
ประธานาธิบดีปูติน กล่าวทิ้งท้ายในสัปดาห์นี้ว่า มอสโกอาจถอนตัวออกจากตลาดก๊าซของ EU และหันไปส่งออกพลังงานให้กับพันธมิตรที่ "เชื่อถือได้" แทน โดยจะไม่รอให้แผนการลดการนำเข้าของบรัสเซลส์มีผลบังคับใช้ พร้อมย้ำว่าวิกฤตพลังงานในกลุ่มสมาชิก EU คือผลลัพธ์ของ "นโยบายที่ผิดพลาด" (Misguided Policies) ที่ดำเนินการมาอย่างยาวนานหลายปี
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/business/633876-russian-gas-warning-putin-eu/