.
จีนสรุป 5 บทเรียนจากสงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน
5-3-2026
อันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการทรยศจากภายใน ขณะที่ “ความเชื่อในสันติภาพอย่างไร้เดียงสา” อาจเป็น “ความผิดพลาดที่มีต้นทุนสูงที่สุด” ตามมุมมองของกองทัพปักกิ่ง
กองทัพจีนได้ระบุบทเรียนเชิงยุทธศาสตร์ 5 ประการที่เห็นว่าสามารถเรียนรู้ได้จากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมเตือนถึง “ความเชื่อในสันติภาพอย่างไร้เดียงสา” และการพึ่งพาอำนาจภายนอกมากเกินไป
China Military Bugle ซึ่งเป็นบัญชีสื่ออย่างเป็นทางการของกองทัพจีน ได้เผยแพร่กราฟิกสองภาษาในแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคาร พร้อมบทวิเคราะห์เกี่ยวกับการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังสถานที่ราชการ เป้าหมายทางทหาร และสถานที่ด้านนิวเคลียร์ทั่วประเทศ การโจมตียังส่งผลให้ผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่านหลายรายเสียชีวิตในกรุงเตหะราน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
บัญชีดังกล่าวได้สรุปบทเรียนสำคัญ 5 ประการ
โดยข้อแรกระบุว่า “การทรยศจากภายใน” คือ “ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุด” ซึ่งดูเหมือนจะอ้างอิงถึงการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านที่ผ่านมา ซึ่งเตหะรานกล่าวหาว่าได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล
นอกจากนี้ Financial Times รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า การลอบสังหารคาเมเนอีเป็นไปได้หลังจากหน่วยข่าวกรองอิสราเอลสามารถแฮ็กกล้องวงจรปิดเกือบทั้งหมดในกรุงเตหะรานได้
ประการที่สอง โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ความเชื่อในสันติภาพอย่างไร้เดียงสา” คือ “ความผิดพลาดที่มีต้นทุนสูงที่สุด”
ประการที่สาม คือ “ความเป็นจริงที่โหดร้ายที่สุด” ซึ่งชี้ว่าอำนาจการยิงที่เหนือกว่ามักเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
ประการที่สี่ โพสต์เตือนถึง “ภาพลวงตาแห่งชัยชนะ” ซึ่งดูเหมือนจะอ้างอิงถึงผลสะท้อนกลับในระยะยาวจากการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในอิรัก ซีเรีย และลิเบีย
ประการที่ห้า ระบุว่า “การพึ่งพาตนเอง” คือหลักประกันที่แท้จริงเพียงประการเดียวของอธิปไตย
จีนได้ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างชัดเจนว่า “ไม่อาจยอมรับได้” และกล่าวประณามสิ่งที่เรียกว่า “การสังหารผู้นำอธิปไตยอย่างโจ่งแจ้ง และการปลุกปั่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” ปักกิ่งยังเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที และกลับเข้าสู่กระบวนการทางการทูตโดยเร็ว
รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ ยังได้แสดงความกังวลต่อคู่เจรจาฝ่ายอิสราเอล กิเดียน ซาอาร์ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยระบุว่า ผู้แทนอิหร่านและสหรัฐฯ ได้บรรลุ “ความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” ในการเจรจานิวเคลียร์ที่ขณะนี้ล่มสลายไปแล้ว พร้อมเสริมว่าการเจรจาดังกล่าวยังครอบคลุมถึงข้อกังวลด้านความมั่นคงของอิสราเอลด้วย
ปักกิ่งยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักษาการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำถูกโจมตี และปริมาณการจราจรทางทะเลลดลงราว 70% จีนซื้อน้ำมันมากกว่า 80% ของปริมาณการผลิตน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน ตามการประเมินจากหลายแหล่งข้อมูล
ที่มา RT